ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท

Tag Archives

Archive of posts published in the tag: ขนมไทยโบราณ
ก.พ.
12

ทองหยิบ ขนมไทยโบราณ ขนมหวานโบราณ เมนูไข่ พร้อมวิธีการทำ

ทองหยิบ

ทองหยิบ

ทองหยิบ ขนมหวาน เมนูขนมเชื่อม วิธีการทำขนมทองหยิบ กล้วยๆสามารถทำรับประทานเองที่บ้านได้ ขนมไทยโบราณ ตระกลูทองคำ ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากโปรตุเกตุ สูตรขนมทองหยิบ และเทคนิควิธีการทำของหวานทองหยิบ กระบวนการทำไม่ยุ่งยาก ของหวาน เมนูไข่ อร่อยๆ

ส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทองหยิบ

  • ไข่เป็ด 10 ฟอง โดยแยกเอาเฉพาะไข่แดง
  • น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
  • น้ำลายดอกไม้ 2 ถ้วย

วิธีการทำขนมทองหยิบ

  • วิธีการทำน้ำลอยดอกมะลิ น้ำลอยดอกมะลิจะเริ่มจากการเตรียมน้ำที่สะอาด หลังจากนั้นนำดอกมะลิ หอมๆที่เป็นดอกไม้เด็ดแบบใหม่ๆนำลงไปลอยในน้ำที่สะอาด รวมทั้ง ทิ้งให้นำสะอาดหอมกลิ่นดอกมะลิ ก่อน ใช้เวลาสำหรับในการจัดแจงน้ำลอยดอกมะลิ เป็น 1 คืน
  • เมื่อพวกเราได้น้ำลอยดอกไม้ รวมทั้ง นำน้ำลอยดอกมะลิ ไปต้มให้เดือด ใส่น้ำตาลลงไป บดให้น้ำตาลค้น เหนียว สามารถใส่ใบเตยลงไปได้ ในขณะที่บดน้ำเชื่อม ให้ไปจัดเตรียมไข่
  • เริ่มทำของหวานทองหยิบ โดย นำไข่เป็ดที่ตระเตรียมไว้ เอามาตีให้แตกฟอง ขึ้นฟู ถ้าเกิดมีเครื่องช่วยตีไข่ จะช่วยสำหรับในการเบาแรงได้มาก ตีไข่แดงกระทั่งไข่แดงขึ้นฟู หลังจากนั้นพักไว้ก่อน
  • เมื่อน้ำเชื่อมพอดีแล้ว ให้นำกระบวยตักไข่ให้เป็นลักษณะแผ่น ใส่ไข่ลงไป และก็นำไปต้มให้เป็นแผ่น เมื่อไข่สุกไข่จะเกาะตัวแล้วก็ เป็นแผ่น ลอยหลุดจากกระบวย พวกเราก็ทำเชื่อมมันให้ขาดทุน เมื่อไข่สุดถึงที่เหมาะ
  • ให้นำแผ่นไข่ ลงไปจีบใส่ถ้วยพิมพ์ ที่จัดแจงเอาไว้ พักให้เย็นก็สามารถกินได้

เทคนิควิธีการทำขนมทองหยิบ

  • น้ำลอยดอกมะลิ จะต้องใช้น้ำที่สะอาด ดอกมะลิจำเป็นต้องเด็ดยามค่ำคืน จะได้น้ำกลิ่นหอมดอกมะลิ เพิ่มเสนห์ให้กัขนม ที่มีอีกทั้งความหวาน แล้วก็ หอม
  • สำหรับตอนที่ดอกมะลิขาด ก็ใช้ใบเตยแทน ความหอมของใบเตยสามารถตอบแทนกลิ่นหอมหวนของดอกมะลิได้ทองหยิบ ขนมไทยโบราณ จัดเป็นของหวานโบราณ ที่มีประวัติว่า มีการทำทีแรกในยุคกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายมหาราช ซึ่งเป็นขนม
  • ไทยโบราณ ที่ได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศโปรตุเกส เพราะเหตุว่ามีของหวานโปรเหม็นตุเกต ชื่อ trouxas das Caldas ซึ่งออกเสียง ว่า โตรชัชดัชกัลดัช มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ก.พ.
7

ข้าวเหนียวสังขยา สูตรขนมไทยโบราณ เมนูข้าวเหนียวมูน กับ สังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวมูน วิธีการทำข้าวเหนียวมูน สูตรข้าวเหนียวสังขยา สอนทำข้าวเหนียวสังขยา สังขยาทำยังไง ขนมไทยโบราณ เมนูข้าวเหนียว สังขยาอร่อยๆทำยังไง

ส่วนประกอบสำหรับทำข้าวเหนียวสังขยา

  • ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดู วิธีการทำข้าวเหนียวมูน
  • ไข่เป็ด 3 ฟอง
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต้ะ
  • กะทิ 1/2 ลิตร
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีการทำข้าวเหนียวสังขยา

  • นำ ไข่เป็ด ตอกผสมกับ กะทิ น้ำตาล รวมทั้ง เกลือ ผสมให้ส่วนประกอบถูกกัน
  • แล้วนำไข่ไปนึ่งให้สุก จะได้ สังขยา สำหรับทานกับ ข้าวเหนียวมูน หลังจากนั้นก็ทำ ข้าวเหนียวมูน โดย ดู วิธีการทำข้าวเหนียวมูน
  • นำ ข้าวเหนียวมูน กับ สังขยา มาทานด้วยกัน ราด หัวกะทิ เพื่อเพิ่มความมันของ ขนมไทย

เทคนิค วิธีการทำข้าวเหนียวสังขยา

  • ข้าวเหนียวมูน ให้เลือกใช้ ข้าวเหนียวเคี้ยวงู ของจังหวัดเชียงราย ข้าวเหนียวเคี้ยวงูของจังหวัดเชียงราย เป็น ข้าวเหนียวที่เม็ดงาม นิยมเอามาทำข้าวเหนียวมูน โดยให้เลือกใช้ ข้าวเหนียวเก่า เวลานึ่งขึ้นมา เมนูข้าวเหนียว จะไม่เหลว
  • กะทิ สำหรับ เอามา มูนข้าวเหนียว นั้น ใช้ หัวกะทิสด แล้วก็ ต้ม โดยการต้มอย่าให้ กะทิแตกมัน และก็แต่งรสด้วย น้ำตาลปี๊บ และก็ เกลือ เอามามูน จะได้ข้าวเหนียวที่หวาน มัน กลมกล่อมละมุนละไม
  • การนึ่งข้าวเหนียว นั้น ให้นึ่งข้าวเหนียว สุก 75% รวมทั้งเอามามูน โดยผสมกับน้ำกะทิ ตอนที่ข้าวเหนียว ร้อนๆเลย จะมีผลให้ ข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิ อย่างพอดิบพอดี
  • ไข่ สำหรับ เอามาทำ สังขาย ให้ใช้ ไข่เป็ด เพราะเหตุว่า ไข่เป็ด ไข่แดงสีงาม เนื้อไข่มากมาย เหมาะแก่การนำมาทำ สังขยา

ข้าวเหนียวสังขยา เป็น ขนมไทยโบราณ แบบโบราณ ขนมไทยโบราณ รายการอาหารข้าวเหนียวมูน ให้กินในจำนวน ที่สมควร เพราะว่า มีส่วนผสม ที่ทำให้ กำเนิดไขมัน สะสมภายในร่างกายมากมาย ขั้นตอนการทำข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวสังขยาอร่อยๆทำยังไง ข้าวเหนียวทำอะไรกินได้บ้าง ขนมไทยโบราณ รายการอาหารข้าวเหนียว

ก.พ.
6

ของหวานข้าวเหนียวถั่วดำ ขนมไทยโบราณ เมนูข้าวเหนียวมูนกับถั่วดำ อร่อยๆ

ข้าวเหนียวถั่วดำ

ข้าวเหนียวถั่วดำ

ข้าวเหนียวกับถั่วดำ ขนมหวานจากข้าวเหนียว วิธีการทำข้าวเหนียวถั่วดำ กล้วยๆสามารถทำรับประทานเองได้ ข้าวเหนียวทำอะไรกินได้บ้าง ถั่วดำทำอะไรรับประทานดี ขนมไทยโบราณ ข้าวเหนียวถั่วดำ สอนทำขนมไทยโบราณสอนทำขนมไทย ข้าวเหนียวถั่วดำทำยังไง

ส่วนประกอบสำหรับทำ ข้าวเหนียวถั่วดำ

  • ถั่วดำ 1/2 กิโล
  • กะทิ 1 ลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
  • ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดู การทำข้าวเหนียวมูน

วิธีการทำข้าวเหนียวถั่วดำ

  • นำถั่วดำแช่น้ำอุ่น 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นพักไว้ก่อน
  • ต้ม กะทิ กับ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลรู้ รวมทั้ง เกลือ พอส่วนประกอบละลายแล้วใส่ ถั่วดำ ลงไปต้มให้สุก
  • แล้วพักให้ ถั่วดำ แล้วก็ กะทิเย็น
  • เสริฟ ถั่วดำ กะทิ ใส่ ข้าวเหนียวมูน ลงไป ข้าวเหนียวถัวดำ แบบง่ายๆ

เทคนิควิธีการทำข้าวเหนียวถั่วดำ

  • ถั่วดำ ให้คัดเลือกถั่วดำที่เสียออก โดยวิธีการเลือกถั่วทำที่เสียออก สามารถทได้โดย การแช่น้ำ ถั่วดำที่ลอยน้ำขึ้นมา มีความหมายว่า เป็น ถั่วดำที่เสีย ถ้าหากเอามาทำของหวาน จะก่อให้เสีรส
  • การแช่ถั่วดำในน้ำ จำต้องแช่ถั่วดำ ในน้ำ 1 คืน ในอุณหภูมิปกติ ให้ถั่วดำอิ่มน้ำอย่างมาก ถ้าหากรีบเร่ง สามารถแช่ลงไปภายในน้ำอุ่น ซึ่งจะมีผลให้ใช้เวลา เพียงแค่ 3 ชั่วโมง
  • การต้มถั่วดำ ให้ต้มในน้ำเดือด แล้วก็หมั่นรอเอา ถั่วดำออกมาตรวจสอบความสุก ซึ่ง จะต้องวิเคราะห์ เพราะ การแช่ถั่วดำ ในแต่ละครั้ง มีอุณหภูมิที่ไม่เหมือนกัน การทดสอบ ลองชิม ถั่วดำ ก็เลยเป็น แนวทางที่ง่ายที่สุด
    กะทิ ที่ใช้เพื่อทำน้ำกะทิ สำหรับ ของหวานข้าวเหนียวถั่วดำ จะต้องคั้นกะทิใหม่ๆแต่ละวัน ไม่เสนอแนะให้ใช้ น้ำกะทิกระป๋อง เพราะ มีความหอม รวมทั้งมันมากจนเกินไป ไม่มีความกระเป๋านธรรมชาติ
  • น้ำกะทิ ใส่ นมค้นจืดชืด รวมทั้งนมค้นหวาน ลงไปด้วย จะเพิ่มรสความอร่อย ให้กับ ของหวานข้าวเหนียวถั่วดำ
  • ข้าวเหนียว สำหรับ เอามาทำข้าวเนียวมูน นั้น ให้ใช้ ข้าวเนียวเคี้ยวงู ของจังหวัดเชียงราย ซึ่ง เป็นข้าวเหนียวที่เม็ดงาม รวมทั้ง ให้ใช้ ข้าวเหนียวเก่า ข้าวเหนียวมูน จะเม็ดสวย ไม่เละ
ก.พ.
1

ฝอยทอง สูตรขนมไทยโบราณรถเข็น เมนูสร้างอาชีพจากขนมหวานในตำนาน

ฝอยทอง

ฝอยทอง

ต้องการที่ทราบกันดีว่ารายการอาหารฝอยทองคำยากตรงการโรยไข่แดง แต่ว่าหากคนใดใจกล้าต้องการทำขายก็จัดไป เริ่มจากทำน้ำเชื่อมสำหรับต้มเส้น ฝอยทอง รวมทั้งเพียงพอสุกก็พับครึ่งรอจนสะเด็ดน้ำเชื่อม

ส่วนประกอบ ฝอยทอง

ไข่เป็ด 6 ฟอง
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำตาลทรายขาว 1 กก.
น้ำลอยดอกมะลิ 1,000 มล. (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
ใบเตย (ผูกรวมกัน) 4 ใบ

วัสดุอุปกรณ์

กระทะทองเหลือง
กรวยใบตองหรือกรวยโลหะ
ไม้แหลม ยาวประมาณ 1 ฟุต
ตะแกรง
ถาดรองน้ำเชื่อม

วิธีการทำฝอยทอง

1. แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกมาจากกันรวมทั้งรีดไข่น้ำค้าง (ไข่ขาวที่เป็นน้ำใสๆราวกับน้ำค้างติดอยู่ด้านในเปลือกไข่) ลงไปในไข่แดง (ไข่น้ำค้างทำให้เส้นฝอยทองคำเหนียวนุ่ม ไม่ขาดง่าย) ตีผสมไข่แดงให้พอเพียงกลมกลืน (ไม่ต้องตีให้ขึ้นฟู เนื่องจากว่าจะมีผลให้เส้นขาดเวลาโรยลงในกระทะ) แล้วนำไปกรองในผ้าขาวบาง ตระเตรียมไว้
2. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำลอยดอกมะลิ น้ำตาล แล้วก็ใบเตยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟกึ่งกลางคอยจนถึงน้ำตาลละลาย แล้วนำไปกรองและหลังจากนั้นก็เทใส่ลงกระทะทองบรอนซ์ ต้มด้วยไฟอ่อนอีกรอบกระทั่งเป็นเหนียวข้น
3. ตักส่วนประกอบไข่แดงลงในกรวยแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยๆโรยไข่แดงลงไปในน้ำเชื่อมที่เดือด (ใช้ไฟกึ่งกลาง) วนให้รอบกระทะทองบรอนซ์โดยประมาณ 20-30 รอบต่อชิ้น แล้วหลังจากนั้นชูกรวยขึ้น
เทคนิค : ถ้าหากอยากได้ฝอยทองเส้นเล็กให้ยกกรวยสูงจากน้ำเชื่อม แม้กระนั้นหากปรารถนาฝอยทองเส้นใหญ่ ก็ให้ถือกรวยต่ำๆ
4. เพียงพอไข่แดงสุกให้ใช้ไม้ปลายแหลมพับครึ่งเส้นฝอยทองแล้วเอามาพักบนที่กรองให้สะเด็ดน้ำเชื่อม

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view206893.html

ม.ค.
27

ขนมชั้นใบเตย ขนมไทยโบราณสีสันแจ่มใส เนื้อเหนียวนุ่ม

ขนมชั้นใบเตย

ขนมชั้นใบเตย

ขนมชั้นใบเตย ที่พวกเรากินกันทุกวันจะมีความเห็นว่า มีหลายแบบให้เลือก อีกทั้งแบบชิ้นสี่เหลี่ยมเป็นชั้นๆแบบที่เป็นรูปดอกไม้ หรือเอามาพันเป็นขนมชั้นกุหลาบก็มี รวมทั้งคนไม่ใช่น้อยก็บางทีก็อาจจะรู้เรื่องไปว่า ขนมชั้นนั้นทำยาก ในความเป็นจริงแล้วง่ายดายกว่าที่คิดเยอะแยะ ส่วนประกอบก็มีไม่กี่อย่างเพียงแค่นั้น

หมายเหตุ : ขนมชั้น 1 ชิ้น ให้พลังงานราว 92 กิโลแคลอรี่

ส่วนประกอบ ขนมชั้นใบเตย

• น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
• น้ำกะทิ 4 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
• แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
• น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
• น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
• ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีการทำขนมชั้นใบเตย

• ใส่น้ำตาลทรายแล้วก็กะทิลงในหม้อ คนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางโดยประมาณ 5 นาที จนกระทั่งน้ำตาลละลาย (ไม่ต้องคอยให้เดือด) ชูลงจากเตา พักทิ้งเอาไว้กระทั่งเย็น

• นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ราว 15 นาที ตระเตรียมไว้

• ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง แล้วก็แป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน เบาๆเทส่วนประกอบกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้ถูกกันเป็นเนื้อเดียว นวดราว 15 นาที จนกระทั่งแป้งไม่จับตัวกันจนเป็นก้อน แล้วหลังจากนั้นนำไปกรองด้วยที่กรอง

• แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย แล้วก็ถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมเข้าด้วยกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากัน จัดเตรียมไว้

• ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนประกอบสีขาว (เทส่วนประกอบทุกชั้นราวๆ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งโดยประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนประกอบสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งโดยประมาณ 5 นาที ทำอีกครั้งยกตัวอย่างเช่นเดิม สลับชั้นกันจนถึงหมดแป้ง จะได้ราว 9-10 ชั้น โดยชั้นท้ายที่สุด ให้นึ่งราว 7 นาที ชูออกมาจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งเอาไว้กระทั่งเย็นสนิท (ราวๆ 3 ชั่วโมง)

• นำขนมออกมาจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้นๆจัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ม.ค.
22

สาลี่กรอบ ขนมไทยโบราณหอมกรอบชิ้นเพียงพอคำ ทำขายได้กำไรสวย

สาลี่กรอบ

สาลี่กรอบ

อบหอมๆพร้อมเสิร์ฟ กับเมนู สาลี่กรอบ สูตรขนมไทยโบราณหน้ากรอบเนื้อนุ่ม หาซื้อยากทำรับประทานแสนง่าย หรือทำขายก็ปัง

ส่วนประกอบ สาลี่กรอบ

แป้งขนมเค้ก 100 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์ 2) 3 ฟอง
น้ำตาล 250 กรัม (หากไม่ต้องการให้หวานมากมายใส่สัก 200 กรัมก็ได้จ้ะ)
เกลือป่น 1/4
กลิ่นมะลิ 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
มะพร้าวขูดขาว 125 กรัม

วิธีการทำ สาลี่กรอบ

► ตีไข่ไก่ น้ำตาล เกลือป่น รวมทั้งกลิ่นมะลิ จนกระทั่งไข่ฟูขึ้นและก็มีสีอ่อนลง ตีด้วยความเร็วสูงราว 5-8 นาที

► ผสมแป้งขนมเค้กกับผงฟู คนจนเข้ากัน แล้วเอามาร่อนลงไปในจานชามผสม (แบ่งร่อนสัก 2 รอบจ้ะ) กล่อมจนถึงเหมาะ ต่อจากนั้นใส่มะพร้าวขูดขาวลงไป กล่อมเบาๆจนถึงส่วนประกอบเหมาะ

► แล้วต่อจากนั้นหยอดใส่พิมพ์ถ้วยจีบ โดยประมาณ 3/4 ของถ้วย ป้าใช้เบอร์ 3217 แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปอบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ไฟบน-ด้านล่าง ปิดพัดลม ตรงเวลา 20-25 นาที

► เอามาพักบนที่กรองให้เย็นลง หรือจะรับประทานตอนอุ่นก็ได้จ้ะ

► เสร็จแล้วแรงสาลี่กรอบ ทำง่ายสุดๆๆเลย แถมอร่อยด้วย ลองไปทำตามกันดูนะจ๊ะ

ธ.ค.
18

กล้วยเชื่อมแดง ขนมไทยโบราณหากินยากแต่ว่าพวกเราทำเองได้

กล้วยเชื่อมแดง

กล้วยเชื่อมแดง

กล้วยน้ำว้าเชื่อมแดง อีกหนึ่งวิธีการทำ กล้วยเชื่อมแดง เพิ่มเสน่ห์ด้วยสีสัน ความกรอบ และก็รสหวานสะใจ อีกหนึ่งขนมไทยโบราณที่หากินยาก ถ้าเกิดต้องการจะต้องทำเอง

ส่วนประกอบ กล้วยเชื่อมแดง

กล้วยน้ำว้าห่ามๆ1-2 หวี (ราวๆ 8-10 ลูก)
น้ำปูนใส (สำหรับแช่กล้วย) **ถ้าเกิดไม่มีน้ำปูนใสให้ใช้น้ำผสมเกลือป่นได้
น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
ใบเตย 3 ใบ
น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำกล้วยเชื่อมแดง

1. ปอกกล้วยน้ำว้าออกแล้วหั่นเป็น 4 ชิ้น นำไปแช่ทิ้งเอาไว้ภายในน้ำปูนใส (หรือน้ำผสมเกลือ) ราวๆ 1 ชั่วโมง พอเพียงครบเวลานำไปล้างจนถึงหมดกลิ่นปูน

2. ใส่น้ำกิน ใบเตย น้ำตาลปีบ และก็น้ำตาลลงในหม้อ เพียงพอเดือดใส่กล้วยน้ำว้าลงไป และก็ตามด้วยน้ำมะนาว รอคอยให้เดือดอีกทีแล้วช้อนฟองทิ้งจนกระทั่งหมด ต้มต่อด้วยไฟอ่อนโดยประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจนถึงกล้วยกลายเป็นสีแดง ตักใส่ภาชนะ พร้อมเสิร์ฟ

ธ.ค.
17

ขนมตาล สูตรขนมไทยโบราณสีเหลืองนวลเนื้อเหนียวนุ่ม หอมอร่อย

ขนมตาล

ขนมตาล

วันนี้พวกเราก็มีขั้นตอนการทำ ขนมตาล มาฝาก ปรับใช้มาจากสูตรเริ่มแรกให้ทำเป็นง่ายดายมากยิ่งขึ้น มือใหม่ก็สามารถทดลองทำเป็น ลองมองส่วนประกอบและก็กระบวนการทำกันจ้ะ

ส่วนประกอบ ขนมตาล

• น้ำตาล 400 กรัม
• น้ำกะทิ 3 ถ้วย
• เนื้อดวงตาลสุก 400 กรัม
• แป้งข้าวเจ้า 500 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
• มะพร้าวขูดเส้นเล็ก 2 ถ้วย
• เกลือเล็กน้อย (สำหรับคลุกมะพร้าว)

วิธีการทำขนมตาล

1. ละลายน้ำตาลทรายในน้ำกะทิให้เหมาะแล้วเนื้อดวงตาลลงไป คนจะกว่าจะเข้ากัน
2. เพิ่มแป้งและก็ผงฟูลงไป คนจะกว่าจะเข้ากันจนถึงเนียน
3. กรองส่วนประกอบ พักไว้ ราวๆ 10 นาที กระทั่งของหวานขึ้นฟู
4. ใส่น้ำลงในชุดนึ่ง เรียงถ้วยดอกไม้ไฟ เปิดไฟกึ่งกลาง จัดเตรียมไว้
5. ตักส่วนประกอบยอดลงในถ้วยดอกไม้ไฟกระทั่งเต็มถ้วย โรยด้วยมะพร้าวคลุกเกลือ นึ่งโดยประมาณ 15-20 นาที
6. ชูลงจากเตา พักให้เย็นแซะออกมาจากถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view88729.html

ธ.ค.
14

ขนมเปียกปูนกะทิสด ขนมไทยโบราณเนื้อหนึบหอมเข้มกลิ่นใบเตย

ขนมเปียกปูนกะทิสด

จากที่เคยรับประทานขนมเปียกปูนใบเตยชิ้นสี่เหลี่ยม ลองแปลงสไตล์มาทำรายการอาหารแฉะปูนใส่น้ำกะทิ ขนมไทยโบราณหาเลี้ยงชีพยากกันดีไหมขอนำเสนอขั้นตอนการทำ ขนมเปียกปูนกะทิสด เนื้อของหวานแฉะปูนนุ่มเหนียวใส่ใบเตย ราดกะทิรสเค็มตัดมัน โรยงาขาวคั่วเพิ่มกลิ่นหอมยวนใจ คนใดกันยังไม่เคยทดลองจัดเลยแรง

ขนมเปียกปูนกะทิสด เป็นอาหารหวานไทยที่อร่อยแล้วก็วิธีทำไม่ยุ่งยาก มาดูขั้นตอนการทำกัน

ส่วนประกอบ ขนมเปียกปูนกะทิสด

• แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
• แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
• น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
• เกลือนิดหน่อย
• น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลปีบ 120 กรัม

ส่วนประกอบ น้ำกะทิราดหน้าขนม

• น้ำกะทิ 500 กรัม
• เกลือเพียงแค่จับมือ
• แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (จะใส่หรือเปล่าใส่ก็ได้นะคะ แม้กระนั้นที่ใส่เพื่อกะทิข้น)
• งาขาวคั่ว

วิธีการทำขนมเปียกปูนกะทิสด

• นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง น้ำปูนใส แล้วก็น้ำใบเตยผสมกันและก็นวดจนถึงถูกกันดี

• ใส่เกลือ น้ำตาล แล้วก็น้ำตาลปีบ นวดต่อกระทั่งเหมาะดี

• กรองส่วนประกอบแป้งด้วยที่กรอง 1 รอบ

• ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน พอเพียงแป้งเริ่มจับตัวกันจบกลายเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน เบาๆกวนต่อกระทั่งส่วนประกอบเนียนเหมาะดี พินิจจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา ถ้าหากแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้วจ้ะ

• ตักของหวานแฉะปุนใส่ถุงบีบ แล้วก็ใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย

วิธีการทำกะทิราดหน้าขนม

• ใส่หัวกะทิลงในหม้อ และก็ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมจนถึงเดือด เสร็จแล้วตักน้ำกะทิราดหน้าของหวานแฉะปูนเลยจ้ะ อย่าลืมโรยงาขาวคั่วหอมๆ

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view158093.html

ธ.ค.
13

ข้าวเหนียวเปียกลำไย ขนมไทยโบราณ หวานมันใส่มะพร้าวอ่อนเหนียวนุ่ม

ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย

รับประทานอาหารคาวให้ไวจะได้รับประทาน ขนมหวาน ล้างปากกับเมนู ข้าวเหนียวเปียกลำไย ใส่เนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าว ราดกะทิเค็มๆมันๆจัดแจงช้อนให้พร้อม

เมนูข้าวเหนียวจืดชืดๆรับประทานกับตำส้มหรือของกินปิ้งย่างก็อร่อย นอกนั้นยังเอามาทำอาหารหวานได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการอาหารข้าวเหนียวแฉะที่เค้าหน้าปกติแม้กระนั้นรสอร่อยเว่อร์ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอแนวทางการทำ ข้าวเหนียวเปียกลำไย สูตรนี้ใส่ทั้งยังลำไยและก็มะพร้าวอ่อน มีกลิ่นหอมยวนใจจากน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำมะพร้าว ท้ายที่สุดใส่กะทิรสเค็มตัดมัน

ส่วนประกอบ ข้าวเหนียวเปียก

• ข้าวเหนียว 250 กรัม
• น้ำผสมสารส้มตำ (สำหรับซาวข้าวเหนียว)
• เนื้อลำไย 500 กรัม (ควักเม็ดออก)
• น้ำตาล 300 กรัม
• มะพร้าวอ่อน 1 ลูก (แยกน้ำรวมทั้งเนื้อตระเตรียมไว้)
• น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
• เกลือป่นนิดเดียว
• ใบเตย

ส่วนประกอบ กะทิสำหรับราดขนม

• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่นนิดหน่อย

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. ล้างข้าวเหนียวในน้ำที่ผสมสารส้มไว้ ใช้มือซาวข้าวเหนียวไปๆมาๆจนกระทั่งน้ำขุ่น เทน้ำออก รวมทั้งล้างข้าวเหนียวด้วยน้ำอีก 2 รอบ สะเด็ดน้ำ จัดเตรียมไว้
2. ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปในหม้อ และก็ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ นำขึ้นตั้งไฟกึ่งกลางเพียงพอเดือด เทข้าวเหนียวลงไป และก็ตามด้วยใบเตย คนไปเรื่อยเพียงพอข้าวเหนียวเริ่มสุกรวมทั้งเหนียวให้ลดเหลือไฟอ่อน ถ้าเกิดน้ำแห้ง เพิ่มเติมน้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำที่สะอาดลงไป พอเพียงสุกดีใส่น้ำตาลกับเกลือลงไป คนผสมจนถึงถูกกัน ชิมรสตามถูกใจ
3. ใส่มะพร้าวอ่อนกับลำไยลงไป เพียงพอเดือดอีกรอบ ปิดไฟ
4. ทำกะทิ โดยการเอาหัวกะทิใส่หม้อใบเล็ก เพิ่มเติมแป้งข้าวโพดลงไป และก็เกลือนิดนึง คนจะกว่าจะเข้ากันจนกระทั่งแป้งละลาย เอาไปตั้งไฟกึ่งกลางค่อนมาทางอ่อน คนไปเรื่อยจนกระทั่งเดือด
5. คดข้าวเหนียวแฉะลำไยใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป

ยั้งใจไว้รอหน้าลำไยก่อนเถิด จะซื้อสักกิโลฯ เอามาทำข้าวเหนียวแฉะลำไยหม้อโตๆกะว่าจะรับประทานหลังรับประทานอาหารให้ครบสามมื้อ อ้วนก็ยอม แต่ว่าไม่ยินยอมอด

 

แหล่งที่มา.. https://cooking.kapook.com/view166158.html