ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท
มี.ค.
19

ยิงกันลั่นร้าน !! ผิดใจกันเรื่องสุรา กลุ่มนักดื่ม ปืนสนั่นร้านเหล้า

กลุ่มนักดื่ม
กลุ่มนักดื่ม
ยิงกันลั่นร้าน !! ผิดใจกันเรื่องสุรา กลุ่มนักดื่ม ปืนสนั่นร้านเหล้า

รปภ.กับ กลุ่มนักดื่ม ตาย 1 เจ็บ 2 เหตุขัดแย้งส่วนตัว อีกเหตุเกิดที่พัทลุง กลุ่มมือปืนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านปชช.ปลอดกระสุนเกลื่อน

เมื่อเวลา 04.10 น.วันที่ 18 มีนาคม 2563 พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบเหตุยิงกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมทางเลียบหาดเฉวง ม.2 ตำบลบ่อผุด เจอศพนายก้องเกียรติกร หรือ ยันต์ จันทร อายุ 42 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศรีษะ 1 นัด แล้วก็แก้มขวา 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายพงศกร หรืออ๊อด เจริญวิริยะภาพ อายุ 42 ปี เป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต ถูกลูกกระสุนปืนยิงเข้าที่เข้าทางราวนมข้างขวา 2 นัด แล้วก็เข้าปลายคางซ้าย 1 นัด หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนมือปืนคือ นายสุรศักดิ์ หรือแนท สุขเฉวง อายุ 37 ปี ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังหูขวา ทะลุโหนกแกล้ม 1 นัด ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปมอบตัวกับตำรวจสภ.บ่อผุด แต่อาการไม่ดีจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกคน

ต่อมาสอบปากคำนายสุรศักดิ์ มือปืนให้การว่า ฝ่ายตรงข้ามเป็นลูกค้าประจำของร้านซึ่งตนเคยเตือนไม่ให้นำเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามาในร้านมาครั้งหนึ่งแล้ว วันเกิดเหตุเขามากัน 6 คน เมื่อผู้ตายเห็นตนก็ไม่พอใจทะเลาะกัน และนายก้องเกียรติผู้ตายได้ใช้ขวดเบียร์ตีหัวตน ตนจนสวนไปด้วยปืน .38 จนคว่ำลง ในขณะที่ นายพงศ์กร เพื่อนผู้ตายก็ยิงตนทางข้างหลังตนจึงยิงป้องกันตัวก่อนหนีไปมอบตัวกับตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านและหน้าร้าน และสอบปากคำบุคคลที่อยู่ภายในร้านในช่วงเกิดเหตุ พร้อมกับจัดตำรวจสายตรวจเฝ้าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ไว้ เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสุรศักดิ์ หรือแนท สุขเฉวง อายุ 37 ปี ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และนายพงศกร หรืออ๊อด เจริญวิริยะภาพ อายุ 42 ปี ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 กระบอก อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับนายทะเบียน

มี.ค.
18

สมควรตาย !! ศาลแขวงโยโกฮามา สั่งประหารมือมีด ฆ่าคนพิการ19ศพ

สมควรตาย

สมควรตาย

สมควรตาย !! ศาลแขวงโยโกฮามา สั่งประหารมือมีด ฆ่าคนพิการ19ศพ

สมควรตาย / เมืองโตเกียว (เอเอฟพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) -ศาลประเทศญี่ปุ่นพิพากษาประหารผู้ต้องหาที่ใช้มีดไล่แทงคนพิการในศูนย์ดูแลผู้พิการนอกกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุน เมื่อปี 2559 จนมีคนตาย 19 คน

ผู้พิพากษาศาลแขวงโยโกฮามานอกกรุงเมืองโตเกียว ตัดสินให้ประหารนายซาโตชิ อุเอมัตซึ ด้วยการแขวนคอจากความผิดพลาดฐานการ ฆาตกรรม ใช้อาวุธมีดไล่แทงคนไม่สมประกอบ 19 ผู้เสียชีวิต ในศูนย์ดูแลคนป่วยรวมทั้งทุพพลภาพด้านจิตแห่งหนึ่งนอกกรุงเมืองโตเกียว เมื่อปี 2559 ผู้พิพากษาบอกเพราะว่า นายอุเอมัตซึ ปฏิบัติฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต เหมาะได้รับโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ด้านทนายความของนายอุเอมัตซึ การันตีว่าลูกความเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เหมาะได้รับโทษประหาร โดยกล่าวถึงว่านายอุเอมัตซึ ได้รับผลพวงจากจิตใจเนื่องจากใช้สารเสพติดมาโดยตลอดช้านาน อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดของประเทศญี่ปุ่นแถลงการณ์ว่า นายอุเอมัตซึไม่มีความตั้งอกตั้งใจที่จะยื่นอุทธรณ์รวมทั้งสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง แต่ไม่เคยแสดงความเสียใจในการทำของตนเอง
นายอุเอมัตซึ วัย 30 ปี บุกเข้าไปภายในศูนย์ดูแลผู้ป่วยและพิการทางจิตซึคูอิ ยะมะยูริเอน ในย่านซะงะมิฮาระ นอกกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเขาเคยเป็นพนักงานของที่นี่มาก่อน จากนั้นใช้อาวุธมีดไล่แทงผู้ป่วยภายในศูนย์ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 19 คน บาดเจ็บอีก 26 คน ในจำนวนนี้ 20 คนอาการสาหัส เหยื่อมีอายุตั้งแต่ 19-70 ปี หลังก่อเหตุ นายอุเอมัตซึเดินทางไปมอบตัวยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง เขารับสารภาพในเวลาต่อมาว่า ก่อเหตุจริงเพราะต้องการช่วยลดภาระของสังคม เนื่องจากคนพิการทางจิตที่ไม่สามารถสื่อสารและช่วยเหลือตนเองได้ไม่ถือว่าเป็นมนุษย์และสมควรที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป คดีดังกล่าวเป็นเหตุสังหารหมู่ที่ช็อกผู้คนทั่วทั้งญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นคดีฆาตกรรมสยองขวัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

มี.ค.
17

ยอมมอบตัว !! หนุ่มขาโหดเพิ่งพ้นโทษ ฟิวส์ขาดกระหน่ำยิหนุ่มช่างกลึงอริ

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว !! หนุ่มขาโหดเพิ่งพ้นโทษ ฟิวส์ขาดกระหน่ำยิหนุ่มช่างกลึงอริ

ยอมมอบตัว / มือปืน กระหน่ำยิง หนุ่มช่างกลึง เสียชีวิตคาตลาดอีคิวไนท์ เปิดเผยปมฟิวส์ขาด! ถูกตะโกนท้า ยืนยันไม่ใช่การ์ดร้านเหล้า ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดี

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนแบบลูกโม่ ไม่รู้ขนาดยิงใส่ นายธนบดี สารสุวรรณ อายุ 23 ปีชาย หนุ่มช่างกลึง  ชาวจ.สุพรรณ เสียชีวิตติดอยู่ที่จอดรถข้างหลังตลาดอีคิวไนท์ ท้องที่ สถานีตำรวจท่าข้าม เมื่อตอนกลางดึกของวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 17 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.9 และ สน.ท่าข้าม ได้ควบคุมตัว นายภูตะวัน หรือ เล็ก นพประดับ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 149/2563 ลงวันที่ 15 มี.ค.2563 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองหรือหมู่บ้าน ภายหลังได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายภูตะวัน ให้การว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่า ในท้องที่ สน.บางยี่เรือมาได้ไม่นาน และยืนยันไม่ได้มีอาชีพเป็นรปภ. หรือ การ์ดที่ร้านดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นเพียงลูกค้าที่เข้าไปร่วมกินดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ที่ร้านดังกล่าวเท่านั้น ส่วนตนไม่เคยมีปัญหากับกลุ่มผู้ตาย แต่เพื่อน ๆ ตนเคยมีเรื่องกับกลุ่มผู้ตายมาก่อน

นายภูตะวัน ให้การต่อว่า จนถึงคืนวันที่เกิดเหตุได้มาเจอกันตั้งแต่ตอนค่ำ มีการท้ากระทบกระทั่งกันกระทั่งมีการ์ดคุมร้านต้องเข้ามาห้ามแล้วรอบหนึ่ง แต่ว่าแทนที่จะหมดเรื่องปัญหา แต่กลุ่มผู้เสียชีวิตกลับมาตะเบ็งท้ากลุ่มพวกตนอีกรอบตอนร้านปิด ด้วยความโกรธประกอบกับความเมา ก็เลยใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ตายไปหลายนัด ไม่คิดว่าลูกปืนจะถูกใคร หลังก่อเหตุก็เลยพากันแยกย้ายหลบหนี กระทั่งรู้ว่าตำรวจออกหมายจับ ก็เลยตกลงใจเข้ามอบตัวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

มี.ค.
16

ตายเป็นตาย !!’เชษฐ์ สไมล์ ’เดือด รัฐรังแก ไม่คิดสามัคคี

ตายเป็นตาย

ตายเป็นตาย

ตายเป็นตาย !!’เชษฐ์ สไมล์ ’เดือด รัฐรังแก ไม่คิดสามัคคี

ตายเป็นตาย / วันที่ 15 มีนาคม ทำเอาแฟนๆแห่เตือนให้ใจเย็นๆหลัง “วรเชษฐ์ เอมเปีย” หรือ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก วรเชษฐ์ เอมเปีย รูปวัตถุเหมือนอาวุธปืนสีดำ พร้อมเขียนใจความบอกว่า

ผมทิ้งมันแล้ว เมื่อหลายสิบปี รวมทั้งสัญญากับตัวเองว่า จะไม่จับมันอีก..แต่ว่าถ้าหากว่า โดนรังแกจากหน่วยงานภาครัฐ ที่เราไม่มีทางสู้จริงๆสุดท้ายก็ต้องจบกันแบบนี้ครับ..ลาก่อนครับผม..ขอให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ เจริญๆยิ่งขึ้นครับ..สาธุครับ

พร้อมตาย..ไอ้เชษฐ์..ผมแค่ไปสร้างบ้านให้เด็กน้อยผู้อาพับ มันเหมือนเป็นคนผิดเหรอครับ เหมือนข้ามหน้าข้ามตาเค้าเหรอครับ ทำไม ไม่คิดสามัคคีกันล่ะ แล้วแต่ก่อน ก็ไม่ไปทำกันล่ะ ก่อนที่ผมจะเข้าไปช่วย พอมีกระแสสังคม จึงเข้ามา..คนอย่างผม ไม่เล่นการเมืองอยู่แล้วครับ..ไม่ยุ่งแย่งตำแหน่งใครหรอกนะครับ

ตายเป็นตาย

มี.ค.
14

เหล้าเป็นเหตุ !! หนุ่มเมาโดดสะพานหนีตำรวจ เหตุประชดชีวิต หาเรื่องชาวบ้าน

เหล้าเป็นเหตุ

เหล้าเป็นเหตุ

เหล้าเป็นเหตุ !! หนุ่มเมาโดดสะพานหนีตำรวจ เหตุประชดชีวิต หาเรื่องชาวบ้าน

เหล้าเป็นเหตุ / เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ตำรวจภูธรเมืองจังหวัดตราด รับมี เหตุวิวาท รอบๆเชิงสะพานแม่น้ำตราด ถนนสุขุมวิท ขาออกเมืองจังหวัดตราด ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด หลังรับแจ้งได้ผสานจำรวจสายตรวจนำโดย ร.ต.อ.สมชาย ประกอบผล หัวหน้าชุดสายตรวจพร้อมกำลัง 6 นาย เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเจอผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายนอนอยู่กับพื้น มีรอยแผลถูกอาวุธมีดฟันที่หัวและก็ลำตัว ก็เลยได้ผสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด เดินทางรับผู้ที่บาดเจ็บ

ส่วนคนก่อเหตุรู้ชื่อคือนายชลเนตร ไชยพฤษ หรือ ไมค์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 330 ม.1 ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ที่อยู่ในอาการเมาสุรายืนถือมีดดาบเดินโวยวายอยู่กึ่งกลางสะพาน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนชั่วคราวเพื่อเกลี่ยกล่อมให้ทิ้งมีดและก็มอบกับตำรวจ

แต่ปรากฎว่านายชลเนตร ไม่ยินยอมกลับวิ่งหนีไปกลางสะพานก่อนที่จะไต่ราวสะพาน โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามกล่อมให้มอบตัวอีกรอบ แต่ว่าก็ไม่ยอม ก่อนทิ้งมีด แล้วกระโดดสะพานลงแม่น้ำตราดทันที

หลังจากกระโดดน้ำแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งคันหาทันที ซึ่งเกรงว่านายชลเนตรจะได้รับบาดเจ็บ แล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อาจจะทำให้จมน้ำ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ระดมกำลังเพิ่ม ทั้งนำเรือยางและนำกำลังคนออกค้นหาทั้งทางบกและทางน้ำ ขณะที่แม่และญาติพี่น้อง ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาที่เกิดเหตุตะโกนเรียกลูกชายให้ขึ้นมาจากใต้สะพาน

กระทั่งไปนานกว่า 30 นาที นายชลเนตรก็ปรากฎตัวอยู่ที่ใต้สะพานฝั่งตำบลวังกระแจะ พร้อมกล่าวเสียงดังตัดพ้อชีวิตไม่มีอะไรดีกับญาติพี่น้อง ไม่นานนายชลเนตรก็เริ่มมีทางทียอมมอบตัว

แต่กลับเกิดเหตุวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามเข้าจับกุมเพื่อใส่กุญแจมือ นายชลเนตรกลับไม่ยอม อ้างว่าจะขอขึ้นไปด้านบนก่อน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม จนทำให้เกิดขัดขืนขึ้น ไม่นานก็สามารถนำตัวนายชลเนตรขึ้นมาจากใต้สะพานได้สำเร็จ

เมื่อตำรวจนำตัวนายชลเนตรขึ้นมาแล้ว นายชลเนตรยังโวยวายไม่หยุด ด่าทอตำรวจด้วยคำหยาบคาย ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีแม่และญาติพี่น้อง พยายามจะเข้ามาช่วยพูดคุยเพื่อให้อารมณ์สงบลงก็ตาม

แล้วต่อจากนั้นตำรวจนำตัวนายชลเนตร ไปสภ.เมืองจังหวัดตราด เพื่อสงบใจก่อน รวมทั้งจะไต่สวนนายชลเนตรในวันพรุ่งนี้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา

สำหรับนายชลเนตร ก่อนหน้าที่ได้ก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกที่ท่าน้ำ บ้านท่าเรือจ้าง จนถึงมีคนที่ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย แล้วหลังจากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ก่อเหตุใช้มีดฟันนายกนกศักดิ์ วรรณรัตน์ 39 ปี ที่เดินอยู่ริมทาง จนต้องเย็บ 5 เข็ม รอบๆท้ายทอย ปัจจุบันอาการปลอดภัยแล้ว

มี.ค.
13

ขนมไทยหวานอร่อย ข้าวโพดน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน

ขนมไทยหวานอร่อย

ขนมไทยหวานอร่อย

ขนมไทยหวานอร่อย

ข้าวโพดน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน ขนมไทยหวานอร่อย 

ข้าวโพดกะทิมะพร้าวอ่อน  เป็นรายการอาหารของหวานที่ทำเป็นง่ายๆแต่ว่าอร่อย สำหรับผู้ใดกันที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการทาน ขนมหวาน สามารถนำรายการอาหารนี้กลับไปให้ทานได้ รับประกันว่าจะต้องติดใจ ยิ่งทานคู่กับข้าวเหนียวมูนก็จะยิ่งเพิ่มรสที่ดี จะกินตอนร้อนๆหรือนำไปแช่เย็นทานตอนเย็นๆก็อร่อยค่ะ

วัตถุดิบข้าวโพดน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน

  • เวลา 25 นาที
  1. ข้าวโพดหวานฝานเป็นเม็ดๆ 2-3 ถ้วยตวง
  2. กะทิ 3 ถ้วยตวง
  3. เนื้อมะพร้าวอ่อน 1 1/2 ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
  5. เกลือ 1 ช้อนชา
  6. ข้าวเหนียวมูน

อุปกรณ์ที่ใช้

  • หม้อ

วิธีทำข้าวโพดน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน

  • นำกะทิตั้งไฟกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าว เกลือ คนจนส่วนผสมละลาย
  • หลังจากนั้น ใส่ข้าวโพดหวานลงไป ตามด้วยมะพร้าวอ่อน คนให้เข้ากันปิดไฟ
  • ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ พร้อมกับข้าวเหนียวมูน ทานตอนร้อนๆ ยิ่งอร่อย

แหล่งที่มา youtube.com

มี.ค.
12

ขนมมันเชื่อม ขนมไทยโบราณ เมนูมันสัมปะหลัง แสนหวานหอมกะทิ

ขนมมันเชื่อม

ขนมมันเชื่อม

ขนมมันเชื่อม

ขนมมันเชื่อม ของหวานแสนอร่อย เมนูเชื่อม ทานกับน้ำกะทิ วิธีการทำมันสำปะหลังเชื่อม สามารถทำรับประทานเองได้ วิธีการทำทำยังไง ขนมไทยโบราณ สูตรขนมหวานไทย วิธีการทำมันเชื่อม สูตรมันเชื่อม ความอร่อยของมันเชื่อม

มี.ค.
11

ทองหยอด สูตรขนมไทยโบราณ ขนมหวานมงคล นิยมในงานสมรส

ทองหยอด

ทองหยอด

สูตรขนมไทย ทองหยอด  ขนมหวานมงคลที่นิยม

ทองหยอด ขนมหวานจากไข่ เมนูเชื่อม วิธีทำทองหยอด ง่ายๆสามารถทำรับประทานเองได้ นิยมใช้ในงานมงคลต่างๆเทคนิคการทำของหวานมีอะไรบ้าง ทำยังไงให้อร่อย ขนมไทยโบราณ ได้รับอิธิพลจากโปตุเกส ขนมไทย

ส่วนประกอบสำหรับทำทองหยอด

  • ไข่แดงของไข่เป็ด 20 ฟอง แยกเอาเฉพาะไข่แดง
  • น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
  • น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวเจ้า 10 ถ้วย

วิธีการทำทองหยอด

  • จัดเตรียมน้ำลอยดอกมะลิ โดย นำน้ำสะอาดแช่ดอกมะลิ ก่อน หนึ่งคืน โดยเทคนิคของการทำน้ำลอยดอกมะลิ อยู่ที่ จำเป็นต้องเด็ดดอกมะลิกลางคืน จะให้น้ำกลิ่นหอมหวนดอกมะลิ
  • ต่อจากนั้น ทำแป้งสำหรับหยอดขนม โดยนำไข่แดงตีกระทั่งไข่ขึ้นฟู แล้วให้ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป ตีแป้งกับไข่ต่อให้เหมาะนำมาพักเอาไว้ก่อน รอน้ำเชื่อมก่อน
  • ทำน้ำเชื่อม โดยการใช้ น้ำลอยดอกมะลิที่ทำเอาไว้แล้ว มากรองให้สะอาด ใส้น้ำตาลทรายลงไปเคี้ยวให้หวาน เป็นน้ำเชื่อม เคี้ยวด้วยไฟอ่อนๆเมื่อได้ที่จะกระทำการหยอดไข่
  • กระทำการหยอดแป้ง โดย เบาๆหยอดแป้งให้เป้นลักษณะของหยดน้ำ ต้มไปเรื่อยไข่จะลอยขึ้นมา แปลว่าได้ที่ ก้ให้นำเม็ดทองคำหยอขึ้นมา เท่านี้ก็จะได้ ขนมไทยโบราณ แสนจะง่าย

เทคนิควิธีการทำขนมทองหยอด

  • วิธีการทำน้ำลอยดอกมะลิ ให้เลือกใช้น้ำสะอาด ความสำคัยอยู่ที่ ดอกมะลิที่เอามาลอยน้ำ ให้เลือกใช้ดอกมะลิใหม่ๆเด้ดกลางคืน เพราะว่าดอกมะลิจะให้กลิ่นหอมเวลากลางคืน
  • สำหรับหากว่าไม่มีน้ำลอยดอกมะลิ ให้ใช้ใบเตยต้มน้ำแล้วก็น้ำตาลแทน จะได้น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตย
  • ไข่สำหรับเอามาทำขนม จะต้องเป็นไข่เป็ด เลือกเฉพาะไข่แดง ความอร่อยของขนมอยู่ที่วิธีการตีไข่แดง จำต้องตีไข่แดงให้ขึ้นฟู มีฟองอากาศอยู่ในไข่ก็เลยจะได้ขนมที่ฟูเนื้อเนียน
  • แป้งข้าวจ้าว ถ้าหากสามารถใช้ข้าวสารโม้แป้งแบบใหม่ๆได้จะเหมาะสมที่สุด เนื่องด้วยจะได้แป้งเนื้อเนียน แต่ว่าถ้าไม่อาจจะหาได้ ก็ให้ใช้แป้งข้าวจ้าว แต่ว่าเมื่อเอามาผสมกับไข่แดงแล้ว ให้พักไว้สัก 1 ชั่วโมง เพื่อแป้งละลายรวมทั้งเซ็ตตัว
มี.ค.
10

ขนมครก ขนมหวานไทย อร่อยๆรายการอาหารขนมทอดหวานหอมกะทิ

ขนมครก

ขนมครก

ขนมครก ขนมไทยโบราณ เมนูกะทิ วิธีการทำขนมครก ง่ายๆสามารถทำรับประทานเองที่บ้านได้ เป็นขนมทอดบนกระทะหลุม เทคนิคความอร่อยของขนมไทย จำพวกนี้ค เป็น แป้งรวมทั้งกะทิ ที่แป้งจำต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสที่กลมกล่อม พอดิบพอดีไม่หวานเกินไป

ส่วนประกอบสำหรับทำแป้ง ขนมครก

  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

ส่วนประกอบสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

  • หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
  • เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )
  • น้ำมันพืช

วิธีการทำขนมครก

  • เริ่มผสมแป้ง โดยจัดแจงภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสแล้วก็กะทิลงไป และก็ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด และก็ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนประกอบทั้งปวงละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งเอาไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวเต็มกำลัง
  • เริ่มผสมกะทิ โดยจัดแจงภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และก็ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนประกอบละลายกลมกลืน ทิ้งไว้ 30 นาที
  • จัดเตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  • เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อแป้งกรอบเป็นทรงขนมครก ต่อจากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาราว 15 นาที
  • เมื่อแป้งเซ็ตตัวพอดีราว 50% แล้ว ให้เพิ่มเติมน้ำกะทิลงไปให้เต็มหลุม และก็ปิดฝาอบถึงแม้ว่าจะขนมครกเต็มหลุมแล้วก็เป็นชิ้น
  • เมื่อกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามที่ใจต้องการ เมื่อท๊อปปิ้งสุกเต็มที่ ก็แกะขนมครก และก็ วางประกบกันให้มีความสวยงาม

เทคนิควิธีการทำขนมครก

  • กะทิสำหรับทำของหวาน ให้ใช้กะทิคั้นสด ความใหม่ของกะทิจะให้ความหอมอร่อยแบบธรรมชาติ
  • แป้งข้าวเจ้า จะช่วยทำให้ขนมสามารถจับกุมตัวเป็นชิ้นได้ แม้กระนั้นจะต้องใส่แป้งไม่เยอะเกินไปก็เลยจะให้ความอ่อนนุ่มของขนม
  • ไฟที่ใช้ทอดขนมครก ให้เลือกใช้ไฟอ่อนๆแล้วก็ จะต้องรู้เรื่องร้อนที่ทั่วแล้วก็เสมอกันทั้งยังกระทะหลุม
  • ท๊อปปิ้ง สามารถเลือกใช้ตามที่ใจต้องการ เพื่อเครื่องสุกอรอ่ย สามารถทำให้ท๊อปปิ้งสุกก่อนก็สามารถทำเป็น
  • สำหรับเพื่อการผสมแป้งรวมทั้งกะทิ จะต้องกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อของหวานสะอาดไม่มีเศษสกปรกติดมาด้วย
  • การผสมแป้ง สามารถใส่สีผสมอาหารกางธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น น้ำใบเตย หรือ น้ำอัญชัน เพื่อเพิ่มสีสันให้ขนมครกได้
  • น้ำปูนใส เป็นส่วนประกอบที่ทำให้แป้งกรอบเวลานำไปทอด ถ้าไม่ใส่น้ำปูนใสแป้งจะนุ่มไม่อร่อย จำต้องให้กรอบนอกนุ่มใน หวานกะทิ ก็เลยได้ขนมที่อร่อย
  • น้ำตาลที่ใช้เพื่อสำหรับการผสมขนม ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บ เหมาะกับทำขนมไทยโบราณที่สุด

 

แหล่งที่มา.. https://nlovecooking.com/

มี.ค.
9

ล่าเตียง หรุ่ม ขนมไทยโบราณ ของหวาน สูตรชาววัง

ล่าเตียง

ล่าเตียง

ล่าเตียง หรือ หรุ่ม ขนมไทยโบราณ เมนูไข่ วิธีการทำล่าเตียง ไม่ยากทำรับประทานเองได้ ไข่ทำของหวานอะไรได้บ้าง อาหารชาววัง รสอร่อย เป็น ของหวานแบบง่ายๆหรุ่ม เมนูกุ้ง

ส่วนประกอบสำหรับ ล่าเตียง

  • ไข่เป็ด 4 ฟอง
  • เนื้อกุ้ง สับละเอียด 1 ถ้วย
  • หอมแดง สับหยาบ 2 ช้อนโต้ะ
  • ถั่วลิสง คั่วบุบ 2 ช้อนโต้ะ
  • ราก ผักชีหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม หั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกชี้ฟ้าแดง ซอยเป็นเส้นรวมทั้ง ใบผักชี สำหรับตกแต่ง

วิธีการทำล่าเตียง

  • โขลกรากผักชี กระเทียม และก็ พริกไทย เข้าด้วยกันอย่างละเอียด แล้วหลังจากนั้นนำไปผัดกับน้ำมันด้วยไฟกลางจนกระทั่งหอม
  • ใส่ กุ้ง ลงผัดเพียงพอสุก และก็ตามด้วยหอมเล็กแต่งรสด้วย น้ำตาลปี๊บ แล้วก็ น้ำปลา ใส่ ถั่วลิสง ลงผัดเพียงพอเข้ากัน ตักขึ้นพักไว้
  • ทาน้ำมันบางๆบนกระทะตูดแบน เอาขึ้นตั้งไฟกลางให้ร้อน แล้วตอกไข่ใส่ถ้วยชาม ตีให้เหมาะ
  • กางนิ้วออกแล้วจุ่มลงในไข่ โรยไข่เป็นสายบางๆลงบนกระทะให้เป็นตารางรอคอยจนถึงสุก ใช้ตะหลิวเบาๆลอกไข่ขึ้นวางบนจานก้นแบน พักไว้ ( ทำแบบนี้จนถึงหมด )
  • ตักส่วนประกอบของไส้วางลงตรงกลางแผ่นไข่แล้วพับเป็นทรงกรวยหรือสี่เหลี่ยมตามชอบ
  • จัดใส่จานเสิร์ฟ ตกแต่งด้วย ผักชี และก็ พริกชี้ฟ้า ให้มีความสวยสดงดงาม ขนมไทยโบราณ เมนูง่ายๆ

เทคนิควิธีการทำล่าเตียง

  • เนื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่สดใหม่ โดยนำกุ้งมาสับให้ละเอียด
  • น้ำตาลสำหรับเอามาทำ ไส้ล่าเตียง นั้น ควรเป็น น้ำตาลปีบ ความหวานรวมทั้ง ความเหนียวของน้ำตาลปีบ เหมาะแก่การนำมาทำไส้ของหวาน
  • วิธีการทำไส้ลาเตียงนั้น ให้ให้ผัด รากผักชี กระเทียม พริกไทย ให้หอมก่อน แล้วหลังจากนั้นใส่เนื้อกุ้งลงไปผัดให้สุก หลังจากนั้นแล้วก็ค่อยใส่น้ำตาล รวมทั้ง ส่วนประกอบอื่นๆลงไปผัด ให้ส่วนประกอบเหนียว รวมทั้งจำเป็นต้องกักให้ไส้เย็นก่อน แล้วก็ค่อยเอามาทำกับข้าว
  • ไข่ สำหรับเอามาผสมแป้ง นั้น ควรจะเป็น ไข่เป็ด ด้วยเหตุว่าไข่เป็ด สี แล้วก็ น้ำมากมาย เหมาะสำหรับการนำมาทำขนมไข่

 

แหล่งที่มา.. mobi-expo.com