ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท

Monthly Archives: กันยายน 2020

Archive of posts published in the specified Month

ก.ย.
17

ขนมลา สูตรขนมไทย ทางภาคใต้

ขนมลา ขนมหวาน

ขนมลา ขนมหวาน ขนมพื้นบ้านของทางภาคใต้

ขนมลา ขนมหวาน พื้นบ้านของทางภาคใต้ ใช้สำหรับจัดหฺมรับเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ

ส่วนผสม

ข้าวสารเจ้า 1 1/2 ลิตร
ข้าวสารเหนียว 1/8 ลิตร
น้ำตาลทราย 1/2 กิโลกรัม
น้ำตาลปี๊บ 1/8 กิโลกรัม
น้ำมันสำหรับทากระทะ

เครื่องใช้เฉพาะ

ไข่ต้มใช้เฉพาะไข่แดง 1 ฟอง
กะลาหรือกระป๋องเจาะรูเล็ก ๆถี่ ๆ สำหรับโรยเส้น
ไม้แหลมสำหรับแซะขนม 2 อัน
กระทะก้นแบน หากไม่มีใช้กระทะก้นมนได้

วิธีการทำ เริ่มจากนำข้าวสารเจ้าและข้าวสารเหนียว ใส่ชามรวมกันซาวรวม กันให้ สะอาด แช่น้ำไว้ สาม ชั่วโมง
สงข้าวใส่ตะกร้าที่รองด้วยใบมะละกอ แล้วปิดด้วยใบ มะละกอ แบบ เดียวกัน วางตะกร้าในที่ร่ม ใช้น้ำราดเข้าเย็น ทุกวัน เพื่อให้ ข้าวเปื่อยยุ่ยทิ้งไว้ สาม วัน นำข้าวใส่ครกตำให้ละเอียด หรือจะใช้โม่โม่ให้ละเอียดก็ได้ เมื่อละเอียดแล้วเติมน้ำ คนให้แป้งกระจายตัว กรองด้วยผ้า ขาวบาง แล้วตั้งทิ้งไว้ให้แป้งนอนก้น รินน้ำใสข้างบนออก ทิ้งไป ส่วนแป้งนั้นให้ใส่ห่อผ้าทับน้ำต่อจนแห้ง
เชื่อมน้ำตาลทรายและน้ำตาลปี๊บกับน้ำเล็กน้อย ให้เป็น น้ำเชื่อม ข้นๆ วางพักไว้ให้เย็น เติมน้ำเชื่อมลงในแป้งทีละน้อย นวดให้เข้ากัน ควร นวดนาน ๆ ประมาณ 20 นาที เติมน้ำเชื่อมต่อจนแป้งเหลว เมื่อยกมือขึ้น แป้งจะไหลเป็นสายไม่ขาดก็ใช้ได้
ตั้งกระทะบนไฟอ่อน ใช้ไข่แดงต้มผสมน้ำมันเช็ดกระทะ ให้ ทั่วเพื่อป้องกันขนม ติดกระทะ ถ้าขนมไม่ติดกระทะ แล้วใช้ น้ำมันเช็ดกระทะเพียงอย่างเดียว เมื่อกระทะร้อน ตักแป้งใส่กะลา โรยเส้นลงบนกระทะโดย ส่ายกะลาให้เป็นวงกลม เมื่อเส้นซ้อนหนาพอควรจึงหยุด โรยพอ เส้นสุกออกสีเหลืองนวล ใช้ไม้แซะพับเป็นรูปสี่เหลี่ยม นำขึ้นจากกระทะ

ก.ย.
16

เนื้อเนียนนุ่ม หน้ากรอบ สูตรคัพเค้กกล้วยหอม ละมุน

คัพเค้กกล้วยหอม

คัพเค้กกล้วยหอม

ชวนทำ คัพเค้กกล้วยหอม แสนอร่อย เนื้อเนียนนุ่ม หน้ากรอบ ทำง่าย สำหรับสูตรนี้มีทีเด็ดตรงที่ เราจะไม่ใช้วัตถุดิบอย่างนมเป็นส่วนผสมให้ยุ่งยาก แต่อบให้ได้ที่ จนออกมาหน้ากรอบ เนื้อด้านในก็นุ่ม รับรองว่าคู่ควรกับเครื่องดื่มร้อนๆ

ส่วนผสม

1. ไข่แดง 4 ฟอง

2. กล้วยหอม 1 ผล

3. น้ำตาลทราย 40 กรัม

4. น้ำมันรำข้าว 60 มล.

5. แป้งเค้ก 120 กรัม

6. ผงฟู 1/4 ชช.

7. ไข่ขาว 4 ฟอง

8. น้ำตาลทราย 40 กรัม

วิธีทำเริ่มจาก ร่อนแป้งและผงฟูพักไว้ ปั่นกล้วย น้ำตาลทราย น้ำมันพืชและไข่แดงจนเนียน แบ่งแป้งผสม สาม รอบคนให้แป้งละลายเข้ากัน ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟู แบ่งใส่น้ำตาลทราย สาม รอบ ตีต่อเนื่องจนตั้งยอดอ่อน ผสมให้เข้ากันตักใส่พิมนำเข้าอบ ใช้ไฟ 160-170 องศาเซลเซียส อบนาน ยี่สิบ – ยี่สิบห้า นาที ถ้าต้องการหน้ากรอบอบต่ออีก ยี่สิบ นาที เนื้อนุ่มเนียน พร้อมจัดเสิร์ฟ

ก.ย.
15

ขนมสอดไส้ ใส้หวาน ๆ รับประทานง่าย ขนมไทยอร่อยถูกใจใครหลายๆคน

ขนมสอดไส้ ใส้หวาน

ขนมสอดไส้ ใส้หวาน

ขนมสอดไส้ ใส้หวาน มีวัตถุดิบดังนี้ สำหรับ 30 ห่อ

น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ
มะพร้าวทึนทึกขูด
แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม
น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร
กะทิ 800 มิลลิลิตร
แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน
ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม

วิธีทำเริ่มจาก นำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็นสองขนาด ฉีกใบตองชั้นนอก ห้า นิ้ว และสำหรับชั้นใน สี่ นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย
นำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อน กวนไปเรื่อยๆ จนครบยี่สิบ นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น
ผสมแป้งข้าวเหนียวและน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป
นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า เกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป เปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น
เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด หนึ่ง นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น หนึ่ง นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด
เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง สอง ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง สอง แผ่น ชนกัน
นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ หนึ่ง ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด
นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ สามสิบ นาที พักไว้ให้เย็นก่อนเสิร์ฟ

ก.ย.
14

สาคูกะทิสด ขนมหวาน ที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ สาคูเหนียวนุ่ม กะทิหวานมัน

ขนมหวาน-สาคูกะทิสด

ขนมหวาน สาคูกะทิสด

ขนมหวาน สาคูกะทิสด สูตร ที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบให้รสชาติที่กลมกล่อม

ส่วนผสม

สาคู

น้ำใบเตยคั้น

น้ำตาลทรายขาว

กะทิสด

งาขาวคั่ว

เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ เริ่มจากล้างสาคูในน้ำสะอาดประมาณ 2 ครั้ง เทน้ำใบเตยลงไปในสาคู ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ให้สาคูดูดน้ำ
จากนั้นก็ ตั้งไฟเบาๆ ให้น้ำพอเดือด แล้วค่อยๆ ปั้นสาคูหย่อนคลงไป ในขั้นตอนนี้ต้องใช้ความเบาทั้งมือทั้งน้ำ ไม่เช่นนั้นสาคูจะแตกตัวไม่จับเป็นก้อน เมื่อสาคูลอยตัวขึ้น ทิ้งไว้ต่อประมาณหนึ่งนาที จากนั้นจึงแช่น้ำเย็น เทน้ำออก ทิ้งให้สาคูสะเด็ดน้ำ
กะทิตั้งไฟ ใส่น้ำตาล และเกลือลงไป คนจนน้ำตาลละลาย และกะทิเดือดเล็กน้อย แล้วใส่สาคูลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นโรยงา จากนั้นก็พร้อมเสิร์ฟ

ก.ย.
13

ขนมหวานที่รับประทานได้ทุกฤดูกาล รับประทานแล้วหอมหวานเย็นอร่อยชื่นใจคลายร้อนได้ดี

ขนมหวาน ทับทิมกรอบ

ขนมหวาน ทับทิมกรอบ

ขนมหวาน ทับทิมกรอบ มีส่วนประกอบดังนี้
แห้วหั่นเต๋าเล็ก 500 กรัม

แป้งมัน

สีผสมอาหารสีแดง หรือน้ำแดง ผสมน้ำเปล่า

หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร

เกลือ ตามชอบ

น้ำตาลทราย ตามชอบ

เริ่มจาก หั่นแห้วเป็นเต๋าสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก จากนั้นนำไปล้าง 2-3 น้ำ นำแห้วที่หั่นแล้วลงไปแช่ในสีผสมอาหารสีแดงประมาณ 10- 15 นาทีเพื่อให้สีติดที่แห้ว หลังจากแช่แห้วครบเวลาที่กำหนดแล้ว ก็นำแห้วไปเทน้ำออก แล้วล้างด้วยน้ำ 2-3 รอบ นำแห้วมาคลุกกับแป้งมัน ให้แป้งเคลือบตัวแห้วทั้งหมด แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก ตั้งน้ำให้เดือดจัดๆ แล้วจึงใส่แป้งลงไปต้ม ให้ค่อยๆ โรยทีละนิดนะครับ จากนั้นก็คนให้แตกตัวออกจากกัน ไม่งั้นจะติดกันเป็นก้อน แล้วให้ต้มไปเรื่อยๆ จนแป้งลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำ หลังจากแป้งสุกให้ตัดแป้งไปแช่ในน้ำเย็นจัดในทันที

วิธีทำ กะทิสำหรับทับทิมกรอบให้ นำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ใส่หม้อ จากนั้นก็นำไปตั้งไฟให้เดือด สุดท้ายให้นำทับทิมกรอบใส่ถ้วย ราดด้วยกะทิ แค่นี้ก็พร้อมรับประทานแล้ว

ก.ย.
6

คุกกี้ตัวหนอนสูตรโบราณ ขนมโหลย้อนวัยเด็ก

คุกกี้ตัวหนอนสูตรโบราณ

คุกกี้ตัวหนอนสูตรโบราณ

คุกกี้ตัวหนอนสูตรโบราณ ส่วนผสม ที่ 1 ไส้สับปะรด
สับปะรด (ขูด) 1500 กรัม
น้ำตาลทราย 300 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนตัวคุกกี้

ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว 300 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 1 ฟอง
แป้งเค้ก 500 กรัม

เริ่มจากการ เทสับปะรดขูดลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ผัดจนเหนียวและปั้นได้ ผสมชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว แล้วก็น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา ผงฟู ไข่ไก่ และแป้งเค้ก ระหว่างที่ใส่วัตถุดิบลงไปแต่ละส่วนให้ตีก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นก็นวดด้วยมือให้แป้งเนียน แล้วน้ำปแช่เย็น 1 ชั่วโมง แล้วนำแป้งออกมาปั้นแล้วใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ปั้นให้เป็นแนวยาวตามรูปตัวหนอน นำตัวขนมมากดกับพิมพ์ แล้วคลึงให้เป็นรอยหยัก ถ้าอยากตกแต่งให้เป็นตัวหนอนจริงๆ ก็นำงาดำ แล้วแปะให้เป็นลูกตาของหนอน นำไปอบด้วยอุณภูมิ 160 องศา ใช้เวลา 5 นาที เสร็จแล้วก็นำออกมาพักให้หายร้อน พออุ่นๆ ก็จัดเสิร์ฟหรือวางเรียงใส่กล่องได้เลย

ก.ย.
6

ทองหยอด ขนมมงคล ขึ้นบ้านใหม่ งานแต่ง งานบวช

ขนมชั้น ขนมไทย

ทองหยอด ขนมมงคล

ทองหยอด ขนมมงคล หลายคนก็คงคุ้นตากับทองหยอดกันดี รู้ไหมว่าเป็นอีกขนมมงคลขึ้นบ้านใหม่ที่มีความหมายดีๆ สื่อถึงความร่ำรวยไม่รู้จักหมดสิ้น เหมาะกับการมอบเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญ ๆ แก่ผู้ใหญ่ที่เคารพรัก

ส่วนผสม มีดังนี้
1.ไข่แดงของไข่เป็ด 9 ฟอง
2.แป้งทองหยอด 1/2 ถ้วย (หรือแป้งข้าวเจ้า)
3.น้ำตาลทราย 2+1/2 ถ้วย
4.น้ำลอยดอกมะลิ 2+1/2 ถ้วย (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำเริ่มจาก เทน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟแรงจนเดือด แล้วเคี่ยวต่ออีกประมาณ 10-15 นาทีหรือจนน้ำเชื่อมข้น ตักส่วนหนึ่งออกมาสำหรับแช่ทองหยอดที่สุกแล้ว อีกส่วนหนึ่งตั้งไฟไว้ แล้วนำไข่แดงไปกรองด้วยผ้าขาวบาง ตีจนขึ้นฟู แล้วใส่แป้งลงไป คนผสมจนเข้ากัน เสร็จแล้วก็นำไปหยอดในน้ำเชื่อมเดือด วิธีหยอดก็ทำโดยใช้ปลายช้อนแกงตักส่วนผสมขึ้นมาแล้วใช้ปลายนิ้วโป้งดันลงไปในกระทะ หรือใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางหยิบส่วนผสมขึ้นมาเป็นลูกๆพอเหมาะ แล้วสะบัดลงในน้ำเชื่อม พอสุกจะลอยขึ้นแล้วใช้กระชอนตักขึ้นมาพักไว้ในชามน้ำเชื่อม จัดใส่ภาชนะพร้อมเสิร์ฟ

ก.ย.
6

ขนมชั้น ขนมไทยขนมมงคลในงานพิธีต่างๆ

ขนมชั้น ขนมไทย

ขนมชั้น ขนมไทย

ขนมชั้น ขนมไทย ถือเป็นขนมมงคลขึ้นบ้านใหม่ เพราะความหมาย หมายถึงความความเจริญก้าวหน้า ได้เลื่อยยศหรือตำแหน่ง เชื่อกันว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้นเพราะถือเคล็ดเลข 9 จึงเป็นมงคลกับเจ้าภาพนั่นเองค่ะ

ส่วนผสมขนมชั้นมีดังนี้

แป้งมันสำปะหลัง 200 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
แป้งเท้ายายม่อม 25 กรัม
กะทิ 750 กรัม
น้ำตาลทราย 400 กรัม
กลิ่นใบเตย 1 ช้อนชา
สีผสมอาหารตามชอบ
พิมพ์ซิลิโคนรูปดอกไม้

วิธีทำขนมชั้นเริ่มจาก ใส่กะทิ 200 กรัมลงในหม้อ เติมน้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟคนให้น้ำตาลละลาย ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น
แล้ว ใส่แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวเจ้า และแป้งเท้ายายม่อมลงอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน ค่อย ๆ เทกะทิที่เหลือลงไป กะปริมาณแค่พอให้นวดแป้งให้เป็นก้อนได้ นวดประมาณ 5 นาที แล้วเทกะทิที่เหลือทั้งหมดและน้ำเชื่อมลงไป คนผสมให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรงจนไม่มีเม็ดแป้ง เติมกลิ่นใบเตยลงไป คนผสมพอเข้ากัน แล้วแบ่งแป้งขนมชั้นเทใส่ถ้วย และหยดสีผสมอาหารลงไปตามชอบ คนผสมจนเข้ากัน แล้วตั้งไฟลังถึงรอน้ำเดือด และนำพิมพ์ดอกไม้วางลงไปบนซึ้ง หยอดแป้งลงไป หรือจะหยอดสีเดียวหรือหลากสีก็ตามชอบ นึ่งขนมชั้นละประมาณ 5 นาที หรือจนสุก หยอดจนครบจำนวนชั้นตามต้องการ พอสุกแล้วนำออกมาพักไว้พออุ่นหรือเย็นค่อยแกะออกจากพิมพ์ จัดเสิร์ฟ

ก.ย.
6

หวานเย็น ชื่นใจ ถึงอารมณ์และอรรถรสสุดๆ

สูตรหวานเย็น ชื่นใจ

สูตรหวานเย็น ชื่นใจ มีส่วนผสมดังนี้
น้ำหวาน 10 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
เม็ดแมงลัก 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำเริ่มจากผสมน้ำเปล่ากับน้ำหวานตามสัดส่วนด้านบน แล้วใส่เม็ดแมงลักลงไป แล้วคนให้เข้ากัน แล้วตักน้ำหวานใส่ถุง แล้วมัดด้วยหนังยาง จากนั้นก็นำไปแช่แข็ง 3-4 ชั่วโมง วิธีกินให้ตัดที่ก้นถุงแล้วดูดได้เลยจร้าา

ก.ย.
6

สูตรดั้งเดิม ข้าวแต๋นน้ำแตงโม ใช้วิธีการทำแบบแปรรูปจากข้าวมาเป็นขนม และเก็บได้นาน โดยใช้ข้าวเหนียวเก่าทำ

ข้าวแต๋น สูตรดั้งเดิม

ข้าวแต๋น สูตรดั้งเดิม

ข้าวแต๋น สูตรดั้งเดิม มีส่วนผสมดังนี้
ข้าวเหนียว (นึ่ง) 1 กิโลกรัม
น้ำแตงโม 1 ถ้วย
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันรำข้าว1 ลิตร
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา

เริ่มจาก ผสมข้าวเหนียว น้ำแตงโม กับน้ำตาลทรายแดงเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำจนข้าวเหนียวร่วนซุย แล้วตักข้าวใส่พิมพ์วงกลม อัดข้าวให้แน่นแล้วดึงแม่พิมพ์ออก จากนั้นนำไปตากแดด 1 วัน เสร็จแล้วนำมาทอดให้เหลืองกรอบ เคี่ยวน้ำตาลปี๊บกับน้ำเปล่า ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไป แล้วคนให้เข้ากัน และเคี่ยวจนน้ำตาลเป็นเนื้อคาราเมล ตักคาราเมลราดลงบนข้าวแต๋นเป็นเส้น วนเป็นวงกลม แค่นี้ก็น่ากิน พร้อมจัดเสริฟ