ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท

Monthly Archives: เมษายน 2020

Archive of posts published in the specified Month

เม.ย.
19

พ่อครัวหื่น !! ข่มขืนสาวฝึกงาน เผยหลงรัก ตร.ตามรวบ

พ่อครัวหื่น
พ่อครัวหื่น
พ่อครัวหื่น !! ข่มขืนสาวฝึกงาน เผยหลงรัก ตร.ตามรวบ

พ่อครัวหื่น /รวบกุ๊กโรงแรมหื่น แอบหลงรักสาวฝึกงานหน้าตาดีร่วมโรงแรม งัดห้องพักกลางดึก ทำร้ายร่างกายข่มขืนยับจนสลบ

วันที่ 18 เม.ย. กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ต.พิเชต ชมมณฑา สว.กก.๓ บก.ป.เข้าจับกุม นายบี แก่นจันทร์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 115/2558 ลง 16 ม.ค.58 ข้อหา “กระทำชำเราบุคคลอายุกว่าสิบห้าปีฯ,บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน,ทำร้ายร่างกาย” ได้บริเวณหน้าร้านเครื่องเสียงรถยนต์ บนถนนอรุณประเสริฐ ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม

ทั้งนี้จากการจับกุมทราบว่า เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ.2555 ขณะนั้นนายบี ผู้ต้องหา ยังเป็น พ่อครัว อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสะพานควาย กรุงเทพฯ ระหว่างนี้ก็ได้พบกับ น.ส.เอ อายุ 19 ปี สาวสวยหน้าตาคมเข้ม ซึ่งเป็นเด็กฝึกงานของโรงแรม จนถึงขั้นทำให้นายบีแอบหลงรักผู้เสียหายอยู่แบบเงียบๆ และก็เป็นเหตุบังเอิญอีกว่า ตัวผู้เสียหายนั้นมาเช่าห้องพักอยู่ติดกับห้องพักของผู้ต้องหาในอพาร์ตเมนต์เดียวกันอีกด้วย

ต่อมาเมื่อเดือน มิ.ย.55 เวลาประมาณตี1 นายบี สบโอกาส ก็ได้ลงมืองัดประตูห้องของผู้เสียหายเข้าไป หวังข่มขืน พอ น.ส.เอ เริ่มรู้สึกตัว จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือและพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สุดท้ายก็สู้แรงของนายบีไม่ได้

โดยนายบีได้ใช้กำลังทำร้ายร่างกายพร้อมกับเอามือปิดปาก จนผู้เสียหายหมดแรงขัดขืน จึงถูกนายบีข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ และยังถูกข่มขืนซ้ำอีกครั้ง ทำให้ น.ส.เอ ถึงกับสลบไป ส่วนนายบี หลังลงมือเสร็จแล้ว ก็รีบกลับมาเก็บของที่ห้องพักของตนเอง ก่อนที่จะหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ น.ส.เอ ผู้เสียหาย ก็รีบเข้าแจ้งความตำรวจ พนักงานสอบสวน ได้รวบรวมหลักฐาน และขอออกหมายจับ

ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ปัจจุบันนายบีมาเปิดร้านเครื่องเสียงรถยนต์อยู่ที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงส่งตัวให้ สน.บางซื่อ ดำเนินคดีต่อไป

ขอขอบคุณแหล่งที่มา khaosod.co.th

เม.ย.
18

บุกตรวจ เจลล้างมือปลอม ของกลาง8หมื่นลิตรมูลค่า10ล.

บุกตรวจ
บุกตรวจ
บุกตรวจ เจลล้างมือปลอม ของกลาง8หมื่นลิตรมูลค่า10ล.

บุกตรวจ /“ดีเอสไอ” สนธิกำลัง กรมการค้าภายใน-อย.บุกตรวจสะสมสินค้าที่มีแอลกอฮอล์เพื่อผลิตเจลล้างมือในพื้นที่ จังหวัดจังหวัดปทุมธานี 2 จุดยึดหลักฐานกว่า 8 หมื่นลิตร ตบตาซุกซ่อนในลังผลไม้ จัดเตรียมส่งขาย ราคากว่า10 ล้านบาท เร่งเอาผิดทุกข้อหา รวมทั้งความผิดฐานฟอกเงิน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูรผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบในฐานะส่วนปฏิบัติการ สืบสวนสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับมอบหมายจากรักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับกองตรวจสอบและปฏิบัติการกรมการค้าภายในและศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปราม คณะกรรมการอาหารและยา เข้าดำเนินการสำรวจการกักตุนผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ (เจลล้างมือ) โดยชุดปฏิบัติการได้เข้าทำการตรวจสอบเป้าหมายโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่10 ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงาน นำเข้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ผลไม้

เบื้องต้นพบว่าสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ที่ไม่แจ้งต้นทุนราคาซื้อราคาจำหน่ายปริมาณการผลิตและไม่แสดงราคาจำหน่าย ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ ผลตรวจค้นพบอุปกรณ์การผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์ ขวดที่บรรจุเจลแอลกอฮอล์ขนาด 1-5ลิตร เจลแอลกอฮอล์ล้างมือปริมาณที่ตรวจพบประมาณ 5,729ลิตรและแอลกอฮอล์น้ำ 95% ปริมาณที่ตรวจพบได้ในเบื้องต้น ประมาณ 23,457ลิตร ซึ่งทั้งหมดไม่ได้รับการอนุญาตให้ผลิตและจำหน่ายอย่างถูกกฎหมาย นอกจากนี้ ยังพบชุดPPE ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากประเทศจีน ไม่มียี่ห้อ จำนวน 730ชุดและระบุว่าเป็นยี่ห้อ 3Mอีก 318ชุด ซึ่งจะดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ต่อไป รวมมูลค่าความเสียหายที่พบเบื้องต้น ในขณะนี้ประมาณ 10,000,000 บาท

ส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เจลล้างมือ ซึ่งมีการจำหน่ายในโลกออนไลน์หลากหลายยี่ห้อ และมีการโฆษณาที่อ้างว่า มีปริมาณ แอลกอฮอล์เกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถ ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ ดำเนินการขยายผลเพื่อตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ต่อไปเพื่อคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค และสุขอนามัยของประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาดนี้ ทั้งนี้ การดำเนินการเป็นไปตามคำสั่งคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ที่1/2563และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษในสถานการณ์แพร่ระบาดของแโควิด-19

วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เจ้าหน้าที่สำนักงานอาหารและยา บุกเข้าตรวจค้นบริษัทเอสเค ห้องเย็น ในพื้นที่หมู่ 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นห้องเย็นเอาไว้สำหรับเก็บผลไม้นำเข้า-ส่งออกต่างประเทศ โดยดีเอสไอทราบว่าห้องเย็นแห่งนี้ได้ลักลอบผลิตแอลกอฮอล์แบบน้ำและแบบเจล ยี่ห้อต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับมอบนโยบายจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมในการควบคุมอาชญากรรมภายใต้กฎหมายการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่ง ดีเอสไอได้ประสานกับหลายหน่วยงานว่า ห้องเย็นที่นี้ มีการกักตุนลักลอบผลิต ซึ่งมีความผิดหลายข้อเช่นการจำหน่ายไม่ได้รับอนุญาตซึ่งทางพวกเราได้ไปตรวจดูแล้วการผลิตแล้วก็บรรจุไม่สะอาดตามมาตรฐาน และก็มั่นใจว่ามีการปนเปื้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวกับประชาชนที่ไม่รู้และก็นำไปใช้ นอกจากนี้ ยังเจอแอลกอฮอล์ที่บรรจุอยู่ในถัง แล้วก็เครื่องจักรที่กำลังจะเตรียมผลิตด้วย ส่วนแอลกอฮอล์ที่ใส่เสร็จแล้ว ทางด้านบริษัทจะนำไปใส่ใส่ลังผลไม้เพื่อลวงตาเจ้าหน้าที่และส่งขาย

ด้าน พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ห้องเย็นแห่งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของ จ.ปทุมธานีที่มีการจับกุมแอลกอฮอล์ได้มากถึงขนาดนี้ ส่วนเรื่องความผิดนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วมีความผิดอย่างไรทางพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจสอบการเงินด้วยว่ามีความผิดฐานฟอกเงินด้วยและจะดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหา

เม.ย.
17

รวบไอ้พ่อสุดโหด !! ใช้สากกะเบือตีลูกชายวัย4ขวบดับ

รวบไอ้พ่อสุดโหด

รวบไอ้พ่อสุดโหด

รวบไอ้พ่อสุดโหด !! ใช้สากกะเบือตีลูกชายวัย4ขวบดับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจบุก รวบไอ้พ่อสุดโหด ใช้สากตี ลูกชายวัย4ขวบ แม่เด็กเปิดเผยนาทีเจอลูกเลือดอาบ พาส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิต ในเวลาถัดมา

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 16 เม.ย. พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.ภาษีเจริญ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศิริชาติ จันทร์พรมมา รอง ผกก.ป.สน.ภาษีเจริญ นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายจตุพล (ขอสงวนนามสกุล)

อายุ 41 ปี พร้อมหลักฐานสากเปื้อนเลือด 1 อัน โดยจับตัวได้ที่ห้องเช่า ชั้น2 ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

สืบไปจากเมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 16 เม.ย. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภาษีเจริญ รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลบางไผ่ ว่ามี ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 4 ขวบ ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บโคม่า ส่วนคนก่อเหตุเป็น นายจตุพล ซึ่งเป็นพ่อของ เด็กชายเอ เจ้าหน้าที่ก็เลยเข้าจับกุมตัวไว้ได้

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายจตุพล มีอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายลูกชายตนเอง ด้วยการใช้สากกะเบือทุบที่หน้าผากเป็นแผลเหวอะหวะ และยังทุบตีตามร่างกายจนเขียวช้ำอีกหลายแห่ง ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ส่งเข้ารักษาที่ รพ.บางไผ่ แต่เด็กชายทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้าน น.ส.อร (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ภรรยาของ นายจตุพล กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำธุระ โดยปล่อยให้ลูกชายอยู่กับสามีแค่ 2 คน ภายในห้องเช่า พอกลับเข้ามาก็พบลูกชายถูกสามีซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งทำร้าย จึงรีบนำตัวส่ง รพ.บางไผ่ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตลูกเอาไว้ได้

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย” กับนายจตุพล เอาไว้ก่อน เพื่อรอให้อาการสงบและทำการสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เม.ย.
16

เวลาทำไม่คิด !! จับแล้ว หนุ่มลูกค้าไม่ใส่แมสก์ พ่นน้ำลายใส่ พนักงานเซเว่น

เวลาทำไม่คิด

เวลาทำไม่คิด

เวลาทำไม่คิด !! จับแล้ว หนุ่มลูกค้าไม่ใส่แมสก์ พ่นน้ำลายใส่ พนักงานเซเว่น

เวลาทำไม่คิด /จากกรณีที่ โลกโซเชียลมีการแชร์ต่อคลิปจาก กล้องวงจรปิด ที่เซเว่นแห่งหนึ่ง ภายในปั๊มน้ำมัน ย่านลำคลอง4 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสามารถจับภาพ ลูกค้ารายหนึ่ง ไม่ชอบใจที่ถูกเตือนเรื่องใส่แมสก์ พ่นน้ำลายใส่หน้าพนักงาน จนกระทั่งเป็นที่วิจารณ์เป็นอย่างมาก จากที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้ติดตามตัวลูกค้าคนดังกล่าว มาสอบสวน หลังจากที่ พนักงานของร้านสะดวกซื้อ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.ธราพงษ์ ภูมิถิ่นเหว่อ สว.(สอบสวน) โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบปากคำชายคนดังกล่าวที่โรงพัก เบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่ชายคนดังกล่าวพ่นน้ำลายใส่หน้าพนักงานเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกพนักงานเตือนและไม่ให้เข้าร้านเนื่องจากไม่ได้สวมใส่แมสก์

เม.ย.
15

เลือกไม่ถูก !! หนุ่มสมุย ฝ่าเคอร์ฟิว โควิดก็กลัวแต่เลือกซื้อผงขาว-ไอซ์กลัวลงแดง

เลือกไม่ถูก
เลือกไม่ถูก
เลือกไม่ถูก !! หนุ่มสมุย โควิดก็กลัวแต่อดยาจะลงแดงฝ่าเคอร์ฟิว ซื้อผงขาว-ไอซ์

เลือกไม่ถูก / เมื่อ เวลา 01.00 น. วันที่ 15 เม.ย. ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ร.อ.อดุลย์ พรหมบุตร หน.ชป.กอ.รมน.ภาค4 พื้นที่เกาะสมุย ร่วมกับ ทหารเรือสถานีสมุย และ ตำรวจสภ.บ่อผุด ตั้งจุดตรวจบริเวณสามแยกหัวถนน ต.มะเร็ต

เพื่อบังคับใช้กฏหมายกับผู้ฝ่าฝืนประกาศ เคอร์ฟิว ตามมาตรา พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่เจอชายต้องสงสัย รู้ชื่อภายหลังคือ นายอัมฤทธิ์ เจ๊ะระมัน อายุ 22 ปี ขี่รถเครื่องรอบๆซอยบ้านเรือนไทยปากทางเข้าตลาดหัวถนน จึงได้เรียกให้หยุดรวมทั้งขอตรวจค้น

เจอเฮโรอีนใส่อยู่ในหลอดพลาสติกสีแดง 0.07 กรัมปริมาณ 1 หลอด และก็ไอซ์ ใส่อยู่ในหลอดพลาสติกสีขาว 0.32 กรัม ปริมาณ 1 หลอด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์พร้อมทั้งขวดพลาสติกดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สำหรับเสพยาเสพติด ก็เลยยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถาม นายอัมฤทธิ์ ผู้ต้องหา ให้การว่า เพิ่งไปซื้อยาเสพติดดังกล่าวมากับผู้ค้ารายย่อยที่อาศัยอยู่ภายในชุมชนหัวถนน เพื่อจะนำไปเสพที่บ้าน ระหว่างที่ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน ก็อาศัยเส้นทางรองเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตรวจเจอซะก่อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ออกนอกเคหะสถานระหว่างเวลา 22.00 น.ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้นโดยไม่ได้รับการยกเว้นหรือเหตุจำเป็นอื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ , มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เฮโรอีน,ไอซ์ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย

นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด ดำเนินคดีตามกฏหมาย และจะขยายผลติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดต่อไป

เม.ย.
14

เตือนแล้วไม่ฟัง !! รวบยกก๊วนวัยรุ่นสุโขทัยเตรียมแว้นสงกรานต์ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน

เตือนแล้วไม่ฟัง

เตือนแล้วไม่ฟัง

เตือนแล้วไม่ฟัง !! รวบยกก๊วนวัยรุ่นสุโขทัยเตรียมแว้นสงกรานต์ฝ่า พรก.ฉุกเฉิน

เตือนแล้วไม่ฟัง /สุโขทัย 13 เม.ย.- ตำรวจ-ฝ่ายปกครองอำเภอศรีสัชนาลัย คุมตัวกลุ่มวัยรุ่นกว่า 20 คน นัดรวมตัวเตรียม แข่งซิ่ง ฉลองสงกรานต์ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พบรถดัดแปลงท่อไอเสีย บางคนก็พกปืน ส่วนรายที่เป็นเด็ก-เยาวชนอบรมพฤติกรรม เรียกผู้ปกครองรับทราบ-ลงบันทึกเป็นหลักฐาน

นายพยุงศักย์ สุวรรณโณ นายอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้รับรายงานจากนายสมนึก สุกอร่าม กำนันตำบลศรีสัชนาลัย ช่วงเที่ยงวันนี้ (13 เม.ย.) ว่ามีวัยรุ่นรวมกลุ่มกันประมาณ 20 คน เตรียมแข่งรถจักรยานยนต์บริเวณอนุสาวรีย์พระยาลิไท บ้านหนองช้าง หมู่ 5 ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย จึงประสาน พ.ต.อ.ประเสริฐ กองเกียรติเจริญ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย และทหาร เข้าตรวจสอบกลุ่มดังกล่าวอายุตั้งแต่ 14-25 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ 16 คัน ส่วนหนึ่งมีสภาพการดัดแปลงท่อไอเสีย และพบอาวุธปืน 1 กระบอก กระสุน 2 นัด เจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนเป็นการกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากนั้นได้ประสานผู้ปกครองให้มารับทราบและทำบันทึกเป็นหลักฐาน ส่วนเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลงท่อไอเสียซึ่งผิดกฎหมาย และเจ้าของอาวุธปืนและเครื่องกระสุน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปดำเนินคดี.-สำนักข่าวไทย

เม.ย.
13

เจอยิงดับ !! “อ้ายหมึก” โดนยิงจ่อหัวทะลุเบ้าตา ตร.คาดเรื่องยา

โดนยิงจ่อหัวทะลุเบ้าตา

โดนยิงจ่อหัวทะลุเบ้าตา

เจอยิงดับ !! “อ้ายหมึก” โดนยิงจ่อหัวทะลุเบ้าตา ตร.คาดเรื่องยา

โดนยิงจ่อหัวทะลุเบ้าตา /วันที่ 12 เม.ย. 63 ร.ต.อ.บุญเลิศ หวานแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านโคกยาง อ.กันตัง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต ภายใน สวนยาง พื้นที่ ม.7 บ้านพนมวังค์ ต.โคกยาง อ.กันตัง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อลงกรณ์ สีมาวุธ ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยข้อง

ที่เกิดเหตุเข้าไปภายในสวนยางพาราลึกกว่า 1 กิโลเมตร พบศพนายชาญวิทย์ วิชัย ฉายา “อ้ายหมึก” อายุ 30 ปี อ.สิเกา จ.ตรัง ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง สภาพศพ นอนหงายเสียชีวิตไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ คาดผ้าขาวม้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองไม่ทราบชนิดและขนาดเข้าที่บริเวณหลังศีรษะทะลุเบ้าตาขวา 1 นัด เป็นแผลเหวอะหวะในลักษณะจ่อยิง

ใกล้กันพบไฟฉายคาดศีรษะตกอยู่ นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุพบว่ารถจยย. รุ่นฟีโน่ สีม่วง ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนของผู้ตายได้สูญหายไป พบเพียงแค่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 สีแดง-ขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคาดว่าเป็นรถของคนร้ายถูกจอดทิ้งไว้

ด้านนายจรูญ ช่วยธรรม ผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง ต.โคกยาง เผยว่า ปกติผู้ตายไม่ได้ทำงานอะไรโดยมักจะทำความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ดึกๆชอบเข้าไปอยู่ในสวนยางพาราในความมืดทำให้ชาวบ้านที่กำลังกรีดยางตกใจ เนื่องจากช่วงเวลากลางคืนผู้ตายมักจะเดินถือมีดพร้า บางทีก็มีปืนลูกซองยาวเสมอ บางคนถึงกับโทรมาหาตนในตอนเช้า เพราะหวาดระแวงและกลัว

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 03.00 น.ขณะที่พยานผู้พบศพกำลังกรีดยางอยู่ในสวนนั้น จู่ๆได้ยินเสียงดังลั่นสวนแต่ไม่รู้เสียงอะไร จากนั้นได้ยินเสียงรถจยย.ขับออกไป จึงเดินไปดูก็พบว่านายชาญวิทย์นอนเสียชีวิตจมกองเลือดแล้ว

จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายชาญวิทย์เคยถูก ตำรวจ สภ.สิเกา จ.ตรัง จับกุมในคดียาเสพติด ก่อนถูกศาล จ.ตรังตัดสินจำคุกและเพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อ 2 ปีที่แล้ว รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่าหลังจากพ้นโทษก็ยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและยังเสพยาอยู่

เจ้าหน้าที่คาดว่าปมสังหารครั้งนี้เกิดจากสาเหตุคุยเรื่องผลประโยชน์ยาเสพติดมีการมานัดพูดคุยกันแต่ไม่ลงตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่พอทราบตัวมือปืนรายนี้แล้วซึ่งตำรวจ สภ.โคกยางได้จัดกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

เม.ย.
11

ยื้อไม่อยู่ !! พะเยา ป่วยโควิดรายแรกดับ ประวัติทำงานย่านอโศก

ยื้อไม่อยู่

ยื้อไม่อยู่

ยื้อไม่อยู่ !! พะเยา ป่วยโควิดรายแรกดับ ประวัติทำงานย่านอโศก

ยื้อไม่อยู่จังหวัดพะเยา เจอผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิต รายแรก เป็นชายไทยอายุ 65 ปี มีประวัติการทำงานสถานบันเทิงเขตอโศก กรุงเทพมหานคร มีอาการป่วยไข้ตั้งแต่ วันที่ 11 มี.ค.

วันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดพะเยาเจอคนเสียชีวิต จำนวน 1 ราย ในช่วงบ่ายของวันนี้เป็น ชายไทย อายุ 65 ปี ในพื้นที่ อำเภอจุน จ.พะเยา มีประวัติการทำงานสถานบันเทิงบริเวณต้นโศก กรุงเทพมหานคร มีลักษณะเริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2563 ด้วยอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก รวมทั้งได้ซื้อยามารับประทานเอง

โดยได้หยุดงานอยู่บ้านพักของตนเอง ตอนวันที่ 21 มี.ค. 2563 แล้วก็ได้เดินทางกลับบ้านเกิด จังหวัดพะเยา โดยรถยนต์ส่วนตัว พร้อมเพื่อนบ้านที่อยู่ภูมิลำเนาเดียวกัน และพักอาศัยอยู่ในบ้านในพื้นที่ตำบลลอ อำเภอจุน

ต่อมาในวันที่ 24 มีนาคม 2563 ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว จึงเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน จากนั้นนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งผลการตรวจพบมีการติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 จึงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพะเยา เป็นเวลากว่า 18 วัน

แพทย์พยาบาลให้การรักษาอย่างเต็มที่ ล่าสุดได้เสียชีวิตลงเนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอ และมีโรคประจำตัวหลายอย่าง จึงทำให้เสียชีวิต นับเป็นการเสียชีวิตรายแรกของจังหวัดพะเยา

ทั้งนี้สถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่จังหวัดพะเยา พบว่ามีผู้อยู่ในเกณฑ์สอบสวนโรคจำนวน 70 ราย ตรวจพบไม่มีเชื้อ 65 ราย รอผล 2 ราย และพบว่าติดเชื้อโควิด จำนวน 3 ราย ล่าสุดในวันนี้พบมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เม.ย.
10

เตรียมรับมือ !! กรมอุตุฯ เตือน 42จว.พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

เตรียมรับมือ

เตรียมรับมือ

เตรียมรับมือ !! กรมอุตุฯ เตือน 42จว.พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง

เตรียมรับมือ /กรมอุตุฯ เตือน 42 จังหวัด รับมือพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตราย หลีกเลี่ยงอยู่ที่โล่ง รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง กรุงเทพมหานครตกจำนวนร้อยละ10

วันที่ 10 เม.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เมืองไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนมากในช่วงเวลากลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและก็ลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง แล้วก็ภาคตะวันออก

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ใกล้สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหาย ที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ภาคเหนือและภาคกลาง มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้

พัดสอบเข้าหากันและนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือตอนบนอากาศลอยตัวขึ้นได้ไม่ดีในตอนเช้า เกิดการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควันมาก ส่วนมากทางตอนบนของภาค ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงน้อย

กรมอุตุฯ เผยพยากรณ์อากาศ 24ชั่วโมง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 11 เม.ย.นี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และอ่างทอง อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศา

เซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

เม.ย.
9

โดนหนัก !! ตร.บุรีรัมย์แจ้ง3ข้อ ยันรู้ตัว หัวโจก-ผู้ร่วมก่อเหตุ จลาจลเผาคุก

โดนหนัก

โดนหนัก

โดนหนัก !! ตร.บุรีรัมย์แจ้ง3ข้อ ยันรู้ตัว หัวโจก-ผู้ร่วมก่อเหตุ จลาจลเผาคุก

โดนหนัก /ผู้การจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวน เร่งรัดคดี ผู้ต้องขังก่อความวุ่นวายคุกจังหวัดบุรีรัมย์ แจ้งเพิ่มเติม 3 ข้อหาหนัก กระทั่งถึงรู้ตัว หัวหน้า-ผู้ร่วมก่อเหตุแล้ว เชื่อปมกุข่าวมีผู้ติดโควิด-19 ก่อนก่อความวุ่นวาย

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีผู้ต้องขังก่อ เหตุจลาจล วางเพลิงเผาอาคารเรือนนอน สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินต่างๆ ภายในเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์โดยบางส่วนได้ก่อเหตุหลบหนีออกจากคุกด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าคดีนี้เป็นคดีความที่ผู้สั่งการชั้นสูงให้ความสำคัญ รวมถึงสื่อมวลชนรวมทั้งพสกนิกรในสังคมต่างมีความสนใจ ก็เลยสั่งให้เร่งรัดไต่สวนเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆให้เสร็จโดยเร็ว มีประสิทธิภาพ กำเนิดความยุติธรรม รวมทั้งเพื่อการปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็เลยสั่งให้ตั้งแผนกพนักงานสอบสวนขึ้นมา เพื่อร่วมสอบสวนและก็สรุปสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้รู้ดีว่าการสอบสวนมีความคืบหน้าไปๆมาๆกแล้ว โดยรู้เพศผู้ที่เป็นแกนนำหรือหัวหน้า รวมทั้งผู้ร่วมวางแผนก่อเหตุแล้ว แต่ว่ายังไม่อาจจะเผยรายละเอียดได้

พล.ต.ต.ชาญชัยกล่าวต่อว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อจลาจลครั้งนี้ จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นยังคงให้น้ำหนักไปที่กรณีผู้ต้องขังซึ่งต้องคำพิพากษาที่มีโทษหนัก หรือถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ได้ฉวยโอกาสช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปล่อยข่าวลือ ว่าภายในเรือนจำ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ต้องขังส่วนใหญ่จนเกิดความปั่นป่วน แล้วอาศัยห้วงเวลาดังกล่าวก่อจลาจล และหลบหนีออกมาจากเรือนจำ

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่ร่วมกระทำผิดที่ก่อเหตุจลาจล จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 ข้อหา ประกอบด้วย หลบหนีออกจากที่คุมขัง, ทำลายทรัพย์สิน และวางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งต้องรอการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบพยานหลักฐานที่แน่ชัด ว่าใครมีส่วนร่วมในการกระทำผิดข้อหาใดบ้าง

ด้าน พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนทั้งจากในส่วนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3(บช.ภ.3) และในสังกัด บก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ และวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้เป็นไปทิศทางเดียวกัน เนื่องจากคดีนี้มีผู้ต้องขังจำนวนมากกว่า 2,000 คน ภายหลังเกิดเหตุส่วนใหญ่ถูกเคลื่อนย้ายไปคุมขังในเรือนจำต่างๆ เป็นอุปสรรคและเกิดความยุ่งยากในการสอบสวน จึงจำเป็นต้องตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด กระจายกันไป เพื่อให้เกิดความสะดวกในการสอบสวนคดี