ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท
เม.ย.
6

มุกดาหาร สั่งห้ามขายเหล้า -เบียร์ สกัด โควิด ชี้ฝ่าฝืนโทษหนัก

สั่งห้ามขายเหล้า

สั่งห้ามขายเหล้า

มุกดาหาร สั่งห้ามขายเหล้า -เบียร์ สกัด โควิด ชี้ฝ่าฝืนโทษหนัก

จังหวัดมุกดาหาร ยกระดับการป้องกันรวมทั้งควบคุมการระบาด ของ โควิด-19 สั่งห้ามขายเหล้า -เบียร์ ยาวถึงสิ้นเดือน ชี้ มีโทษอีกทั้งจำแล้วก็ปรับ

ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการมุกดาหาร ผู้กำกับการบริหารราชการในเหตุการณ์ฉุกเฉิน จังหวัด มุกดาหาร ลงนาม ในประกาศ เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังป้องกันแล้วก็ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จังหวัดมุกดาหาร ฉบับ ที่ 6

โดยระบุว่า เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรค คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมุกดาหาร เห็นชอบให้ ห้ามจำหน่าย จ่าย แจก สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมีความผิด ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือ ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. -30 เม.ย.

เม.ย.
5

กระทบไทยแน่นอน !! โควิดพ่นพิษเศรษฐกิจอาเซียน คนนับล้านจ่อตกงาน

กระทบไทยแน่นอน
กระทบไทยแน่นอน
กระทบไทยแน่นอน !! โควิดพ่นพิษเศรษฐกิจอาเซียน คนนับล้านจ่อตกงาน

กระทบไทยแน่นอน / คณะกรรมการเศรษฐกิจแล้วก็สังคมแห่งเอเชียแปซิฟิก (ESCAP) คาด คนนับล้านในภูมิ ภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้จะว่างงาน เนื่องมาจากเศรษฐกิจหยุดชะงักจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส โดยประเทศที่มีระบบการคุ้มครองทางสังคมไม่แข็งแรงจะได้รับความเสียหายเยอะที่สุด

ในรายงานหลักการของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคโดย ESCAP ที่เผยแพร่ช่วงวันที่ 26 มี.ค. กล่าวว่า หากแม้ในตอนนี้จะยังไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผลพวงทางด้านเศรษฐกิจจากโรค Covid-19 ที่แน่ชัด แต่ว่าควรต้องเป็นผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะว่าภาคการบริการและก็อุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้แรงงาน ใช้แรงงานนอกระบบรวมทั้งธุรกิจขนาดกลางรวมทั้งขนาดเล็กถึง 80% ทั้งยังเป็นแหล่งงานแหล่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาค

ฮัมซา อาลี มาลิค ประธานฝ่ายนโยบายเศรษฐศาสตร์มหัพภาคและการเงินเพื่อการพัฒนาของ EACAP กล่าวว่า “แน่นอนว่าตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่งจะได้รับผลกระทบ แต่อาจจต้องใช้เวลาจึงจะมีข้อมูลชัดเจน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด”

มาลิคยังเผยอีกว่า บางประเทศที่มีระบบคุ้มครองทางสังคมเข้มแข็งอาจจะพอรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ แต่ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศไม่มีระบบดังกล่าว ดังนั้นเมื่อมีการปลดพนักงานและการว่างงานเพิ่มขึ้นจะมีผู้คนเดือดร้อนอีกมากมาย

นอกจากนี้ ESCAP ยังแนะนำให้รัฐบาลใช้นโยบายทางการเงินเพื่อสนับสนุนการจ้างงานและคุณภาพชีวิตประชาชน โดยต้องมุ่งเน้นที่การช่วยเหลือประชาชนก่อน แล้วจึงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างระบบการคุ้มครองทางสังคม อาทิ ประกันสุขภาพ ให้เข้มแข็ง เพื่อบรรเทาผลกระทบทางสังคมหากเกิดวิกฤตขึ้นในอนาคต

ขณะที่รายงานของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 เม.ย. คาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะลดลงจาก 4.4% ในปี 2019 เหลือ 1% ในปีนี้ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% ในปี 2021 โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการค้าขายและการลงทุนที่เหนียวแน่นกับจีน

หากมองเป็นรายประเทศ ADB คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตติดลบ 4.8% สิงคโปร์เติบโต 0.2% อินโดนีเซียลดจาก 5% เมื่อปีที่แล้วเหลือ 2.5% ในปีนี้ และเวียดนามลดจาก 7% เหลือ 4.8%ยะสุยุกิ ซะวะดะ ประธานนักเศรษฐศาสตร์ของ ADB เตือนว่า วิวัฒนาการของโรคระบาดและภาพรวมของเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับโลกมักจะไม่มีอะไรแน่นอน การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ในปัจจุบัน

เม.ย.
4

ไอ้เด็กนรก !! ตร.ฉลองกรุงจับเด็กวัดสุดแสบ ฉกตู้บริจาค ซื้อยาไอซ์

ไอ้เด็กนรก
ไอ้เด็กนรก
ไอ้เด็กนรก !! ตร.ฉลองกรุงจับเด็กวัดสุดแสบ ฉกตู้บริจาค ซื้อยาไอซ์

ไอ้เด็กนรก /ตำรวจฉลองกรุง บุกล็อก ลูกศิษย์วัดแสบ ฉกตู้บริจาค จากกุฎิเจ้าอาวาส หาเงินซื้อยาไอซ์เสพ เจ้าหน้าที่ตามติดตามจับกุมตัวได้คาวัด เค้นสอบยอมรับสารภาพสิ้น

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. พ.ต.อ.สุเมธ โภชนา ผกก.สน.ฉลองกรุง พ.ต.ท.สุเมธ พิทักษ์เกียรติยศ รอง ผกก.สส.สน.ฉลองกรุง สั่งการ พ.ต.ต.สุภาพ เจริญ สว.สส.สน.ฉลองกรุง ร.ต.อ.เกษมศาณร์ ชิณโท ร.ต.อ.ธีรพงษ์ สุจินพรัหม ด.ต.มานพ พูลเปี่ยม ด.ต.ธวัชชัย วิเชียรรัตน์ ด.ต.กิตติพันธ์ หน่อสีดา ส.ต.อ.สุทัศน์ วงษ์หงส์ และส.ต.อ.สุริยา สีระชุม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ฉลองกรุง

นำกำลังจับกุมนายอภิโชค หรืออ้วน ขันตรี อายุ 31 ปี ชาวลำพูน พร้อมของกลางเงินสด 351,000 บาท ยาไอซ์หนัก 2.8 กรัม โดยจับกุมได้ที่กุฎิของวัดแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี

การเข้าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุมตัวรับแจ้งเหตุจากผู้เสียหาย ว่ามีคนร้ายลักเอาตู้บริจาคของสงฆ์ด้านในมีเงินสด 395,000 บาท จากภายในกุฎิเจ้าอาวาสไป โดยผู้เสียหายได้รู้ในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุลักเอาตู้บริจาค คือ นายอภิโชค ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัด รวมทั้งมาขอพักอาศัยที่กุฎิเจ้าอาวาส โดยนายอภิโชคมีพฤติการณ์มั่วยาเสพติดข้างในกุฎิ เจ้าหน้าที่ก็เลยเข้าตรวจสอบและก็นำกำลังจับกุมตัว ได้พร้อมของกลางตู้บริจาคแล้วก็เงินสด

จากการสอบถามนายอภิโชครับสารภาพว่า ได้ลักเอาตู้บริจาคพร้อมเงินสดไปจริง ก่อนนำเงินไปซื้อยาไอซ์มาเสพ รวมถึงใช้หนี้ค่ายาที่ค้างเอเยนต์ไว้

เม.ย.
3

กลุ่มวัยรุ่น !! ไม่กลัวโควิด นั่งเสพยาข้างกำแพงวัดย่านลาดพร้าว

กลุ่มวัยรุ่น

กลุ่มวัยรุ่น

กลุ่มวัยรุ่น !! ไม่กลัวโควิด นั่งเสพยาข้างกำแพงวัดย่านลาดพร้าว

กลุ่มวัยรุ่น /โจ๋ชายหญิง ไม่สนใจโควิดระบาด นั่งมั่ว เสพไอซ์ กันบ้าคลั่ง ข้างกำแพงวัด ซ.ลาดพร้าว 132 ชาวบ้านสุดทน ร้องทุกข์ กองปราบ เข้าจับ

วันที่ 2 มี.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล สว.ช่วยราชการ กก.1 บก.ป. นำกำลังบุกจับกุม นายเอกนรินทร์ บำรุงพิทักษ์ อายุ 26 ปี, น.ส.สายฝน ไคร้หอม อายุ 32 ปี, นายเกรียงไกร สุวรรณสุข อายุ 23 ปี นายสุรชาติ ตรีมิตร อายุ 27 ปี และนายสุริยะ เอี่ยมละออ อายุ 25 ปี พร้อมกับไอซ์ จำนวนหนึ่ง และอุปกรณ์การเสพ โดยจับกุมได้ที่ริมกำแพงวัดแห่งหนึ่ง ซ.ลาดพร้าว 132 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.

จากการจับกุมเจ้าหน้าที่รับแจ้งข้อมูลสถานที่เสี่ยง หรือกิจกรรมที่เป็นการชุมนุม มั่วสุม ที่ไม่ปฏิบัติตาม พรก.ฉุกเฉินของรัฐบาล ในช่วงโควิด-19 ระบาด ผ่านเข้ามายังเพจของกองปราบฯ หลังพบการมั่วสุมยาเสพติดในพื้นที่ ซ.ลาดพร้าว 132. เจ้าหน้าที่รีบนำกำลังลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พบกลุ่มผู้ต้องหากำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวกันอย่างเมามัน โดยที่ไม่ได้สนใจสถาการณ์ใดๆ

เจ้าหน้าที่ก็เลยเข้าจับกุมตัว ก่อนนำตัวส่งไปยัง สถานีตำรวจลาดพร้าว เพื่อตรวจค้นสารเสพติดในปัสสาวะ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวอย่างฉี่ของกลุ่มผู้ต้องหาส่งให้แพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ทำการตรวจดู ผลตรวจทั้งสิ้นมีสิ่งเสพติดจำพวกเมทแอมเฟตามีน ก็เลยแจ้งข้อกล่าวหา เสพสารเสพติด ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวน ฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

มี.ค.
30

ไอ้โจรสุดหื่น !! รวบ”ไอ้อ้น”ถีบรถสาวคว่ำ จะขืนใจเหยื่อ

ไอ้อ้น

ไอ้อ้น

รวบ” ไอ้อ้น “ถีบรถสาวคว่ำ จะขืนใจเหยื่อ

พ.ต.ท.วีระพล มูลบัวภา สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง จ.อุดรธานี พร้อม ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.นำกำลังชุดสืบสวนเข้า จับกุมตัว นายรณชัย หรือ” ไอ้อ้น ” อายุ 30 ปี ขณะนั่งอยู่หน้าบ้านพัก ตำบลโนนสูง อำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี ข้างหลังก่อเหตุพยายามขืนใจนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี พร้อมหลักฐาน เสื้อผ้าที่สวมก่อเหตุ รถมอเตอร์ไซค์ ทะเบียน งจม-184 จังหวัดชลบุรี และก็ยกทรง สีดำของผู้เสียหาย 1 ตัว

พ.ต.ท.วีระพล เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุแล้วรีบไปตรวจสอบพบผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 43 ปี บ้านอยู่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี สภาพได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอก ใบหน้าเขียวช้ำ ปากแตก สอบสวนเบื้องต้นให้การว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านมาถึงที่เปลี่ยวไม่มีไฟ

” มีชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ขี่รถตามประกบแล้วใช้เท้าถีบรถเสียหลักล้ม จากนั้นเข้ามากระหน่ำชกหน้าแต่ตนสะบัดตัววิ่งหนีลงไปซ่อนในนา แต่คนร้ายก็ตามมาจับแล้วขึ้นคร่อมพยายามจะถอดเสื้อผ้าลงมือข่มขืน โชคดีมีชาวบ้านผ่านมาเห็นทำให้คนร้ายตกใจหลบหนีไป หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนออกสืบสวนหาเบาะแสจนรู้ตัวและจับกุมได้ในที่สุด ”

จากการสอบสวนนายรณชัย ยอมรับว่า ตอนที่ขับขี่รถไปบ้านพ่อเพื่อขอเงินใช้ กลางทางขี่รถยนต์สวนกับผู้เสียหายมองเห็นเป็นผู้หญิงดูดี ใส่กางเกงขาสั้นมาตามลำพัง ก็เลยเกิดความรู้สึกทางเพศเลี้ยวรถกลับขี่ตามประกบ แล้วก็ใช้เท้าถีบรถล้มคะมำ ซึ่งรถของตัวเองก็เสียหลักล้มได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกปอกเปิกตามร่างกายด้วยเหมือนกัน

มี.ค.
25

อัพเดทล่าสุด !! ผู้ป่วยโควิด ติดเชื้อ 107 ราย สะสม 934 รายแล้ว

ผู้ป่วยโควิด

ผู้ป่วยโควิด

ผู้ป่วยโควิด ติดเชื้อ 107 ราย สะสม 934 รายแล้ว

วันที่ 25 เดือนมีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวเหตุการณ์ แพร่ระบาด ผู้ป่วยโควิด สายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่า รายงานสถานการณ์วันที่ 25 มีนาคม

เจอคนเจ็บรับรองรายใหม่ 107 ราย ทำให้ยอดคนไข้สะสมอยู่ที่ 934 ราย คนเจ็บกลับไปอยู่บ้านได้ 13 ราย กลับไปอยู่บ้าน สะสม 70 ราย โดยในปริมาณนี้ มีหมอติดโรค 2 ราย โดยเป็นหมอใช้ทุนอยู่ที่ โรงพยาบาล

ซึ่งเข้ารับการผ่าตัด แล้วก็ ทานข้าวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพบว่ามีผู้สัมผัสร่วม 15 คน ในห้องผ่าตัด แล้วก็แพทย์อีก 10 คน ทั้งสิ้น 25 คนต้องพักงาน

มี.ค.
20

ทาวเวอร์เครน พระราม3 ถล่มทับคนงานหวิดดับ

ทาวเวอร์เครน

ทาวเวอร์เครน

ทาวเวอร์เครน พระราม3 ถล่มทับคนงานหวิดดับ

ตำรวจนครบาลบางโพงพาง เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกันช่วยกัน ฉก.บางโพงพาง ร่วมตรวจสอบ ทาวเวอร์เครน ถล่มลงมา หลังแบงค์กรุงศรีสำนักงานใหญ่ ถนนพระราม 3 พบบาดเจ็บชาย 1 ราย อยู่ชั้นใต้ดิน ที่กำลังก่อสร้างอาการสาหัส ทีมกู้ชีพเจริญกรุง และอาสาให้การช่วยเหลือ ก่อนช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำส่งรพ.แล้ว ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ทาวเวอร์เครน

มี.ค.
19

ยิงกันลั่นร้าน !! ผิดใจกันเรื่องสุรา กลุ่มนักดื่ม ปืนสนั่นร้านเหล้า

กลุ่มนักดื่ม
กลุ่มนักดื่ม
ยิงกันลั่นร้าน !! ผิดใจกันเรื่องสุรา กลุ่มนักดื่ม ปืนสนั่นร้านเหล้า

รปภ.กับ กลุ่มนักดื่ม ตาย 1 เจ็บ 2 เหตุขัดแย้งส่วนตัว อีกเหตุเกิดที่พัทลุง กลุ่มมือปืนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านปชช.ปลอดกระสุนเกลื่อน

เมื่อเวลา 04.10 น.วันที่ 18 มีนาคม 2563 พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปตรวจสอบเหตุยิงกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมทางเลียบหาดเฉวง ม.2 ตำบลบ่อผุด เจอศพนายก้องเกียรติกร หรือ ยันต์ จันทร อายุ 42 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศรีษะ 1 นัด แล้วก็แก้มขวา 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายพงศกร หรืออ๊อด เจริญวิริยะภาพ อายุ 42 ปี เป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต ถูกลูกกระสุนปืนยิงเข้าที่เข้าทางราวนมข้างขวา 2 นัด แล้วก็เข้าปลายคางซ้าย 1 นัด หน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนมือปืนคือ นายสุรศักดิ์ หรือแนท สุขเฉวง อายุ 37 ปี ถูกยิงเข้าที่ด้านหลังหูขวา ทะลุโหนกแกล้ม 1 นัด ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปมอบตัวกับตำรวจสภ.บ่อผุด แต่อาการไม่ดีจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกคน

ต่อมาสอบปากคำนายสุรศักดิ์ มือปืนให้การว่า ฝ่ายตรงข้ามเป็นลูกค้าประจำของร้านซึ่งตนเคยเตือนไม่ให้นำเครื่องดื่มจากภายนอกเข้ามาในร้านมาครั้งหนึ่งแล้ว วันเกิดเหตุเขามากัน 6 คน เมื่อผู้ตายเห็นตนก็ไม่พอใจทะเลาะกัน และนายก้องเกียรติผู้ตายได้ใช้ขวดเบียร์ตีหัวตน ตนจนสวนไปด้วยปืน .38 จนคว่ำลง ในขณะที่ นายพงศ์กร เพื่อนผู้ตายก็ยิงตนทางข้างหลังตนจึงยิงป้องกันตัวก่อนหนีไปมอบตัวกับตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านและหน้าร้าน และสอบปากคำบุคคลที่อยู่ภายในร้านในช่วงเกิดเหตุ พร้อมกับจัดตำรวจสายตรวจเฝ้าผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ไว้ เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสุรศักดิ์ หรือแนท สุขเฉวง อายุ 37 ปี ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และนายพงศกร หรืออ๊อด เจริญวิริยะภาพ อายุ 42 ปี ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 กระบอก อยู่ระหว่างการตรวจสอบกับนายทะเบียน

มี.ค.
18

สมควรตาย !! ศาลแขวงโยโกฮามา สั่งประหารมือมีด ฆ่าคนพิการ19ศพ

สมควรตาย

สมควรตาย

สมควรตาย !! ศาลแขวงโยโกฮามา สั่งประหารมือมีด ฆ่าคนพิการ19ศพ

สมควรตาย / เมืองโตเกียว (เอเอฟพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) -ศาลประเทศญี่ปุ่นพิพากษาประหารผู้ต้องหาที่ใช้มีดไล่แทงคนพิการในศูนย์ดูแลผู้พิการนอกกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุน เมื่อปี 2559 จนมีคนตาย 19 คน

ผู้พิพากษาศาลแขวงโยโกฮามานอกกรุงเมืองโตเกียว ตัดสินให้ประหารนายซาโตชิ อุเอมัตซึ ด้วยการแขวนคอจากความผิดพลาดฐานการ ฆาตกรรม ใช้อาวุธมีดไล่แทงคนไม่สมประกอบ 19 ผู้เสียชีวิต ในศูนย์ดูแลคนป่วยรวมทั้งทุพพลภาพด้านจิตแห่งหนึ่งนอกกรุงเมืองโตเกียว เมื่อปี 2559 ผู้พิพากษาบอกเพราะว่า นายอุเอมัตซึ ปฏิบัติฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต เหมาะได้รับโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ด้านทนายความของนายอุเอมัตซึ การันตีว่าลูกความเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เหมาะได้รับโทษประหาร โดยกล่าวถึงว่านายอุเอมัตซึ ได้รับผลพวงจากจิตใจเนื่องจากใช้สารเสพติดมาโดยตลอดช้านาน อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดของประเทศญี่ปุ่นแถลงการณ์ว่า นายอุเอมัตซึไม่มีความตั้งอกตั้งใจที่จะยื่นอุทธรณ์รวมทั้งสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง แต่ไม่เคยแสดงความเสียใจในการทำของตนเอง
นายอุเอมัตซึ วัย 30 ปี บุกเข้าไปภายในศูนย์ดูแลผู้ป่วยและพิการทางจิตซึคูอิ ยะมะยูริเอน ในย่านซะงะมิฮาระ นอกกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเขาเคยเป็นพนักงานของที่นี่มาก่อน จากนั้นใช้อาวุธมีดไล่แทงผู้ป่วยภายในศูนย์ต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 19 คน บาดเจ็บอีก 26 คน ในจำนวนนี้ 20 คนอาการสาหัส เหยื่อมีอายุตั้งแต่ 19-70 ปี หลังก่อเหตุ นายอุเอมัตซึเดินทางไปมอบตัวยังสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง เขารับสารภาพในเวลาต่อมาว่า ก่อเหตุจริงเพราะต้องการช่วยลดภาระของสังคม เนื่องจากคนพิการทางจิตที่ไม่สามารถสื่อสารและช่วยเหลือตนเองได้ไม่ถือว่าเป็นมนุษย์และสมควรที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป คดีดังกล่าวเป็นเหตุสังหารหมู่ที่ช็อกผู้คนทั่วทั้งญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นคดีฆาตกรรมสยองขวัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

มี.ค.
17

ยอมมอบตัว !! หนุ่มขาโหดเพิ่งพ้นโทษ ฟิวส์ขาดกระหน่ำยิหนุ่มช่างกลึงอริ

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว

ยอมมอบตัว !! หนุ่มขาโหดเพิ่งพ้นโทษ ฟิวส์ขาดกระหน่ำยิหนุ่มช่างกลึงอริ

ยอมมอบตัว / มือปืน กระหน่ำยิง หนุ่มช่างกลึง เสียชีวิตคาตลาดอีคิวไนท์ เปิดเผยปมฟิวส์ขาด! ถูกตะโกนท้า ยืนยันไม่ใช่การ์ดร้านเหล้า ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดี

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนแบบลูกโม่ ไม่รู้ขนาดยิงใส่ นายธนบดี สารสุวรรณ อายุ 23 ปีชาย หนุ่มช่างกลึง  ชาวจ.สุพรรณ เสียชีวิตติดอยู่ที่จอดรถข้างหลังตลาดอีคิวไนท์ ท้องที่ สถานีตำรวจท่าข้าม เมื่อตอนกลางดึกของวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา จากที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 17 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.9 และ สน.ท่าข้าม ได้ควบคุมตัว นายภูตะวัน หรือ เล็ก นพประดับ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี เลขที่ 149/2563 ลงวันที่ 15 มี.ค.2563 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองหรือหมู่บ้าน ภายหลังได้ติดต่อเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายภูตะวัน ให้การว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่า ในท้องที่ สน.บางยี่เรือมาได้ไม่นาน และยืนยันไม่ได้มีอาชีพเป็นรปภ. หรือ การ์ดที่ร้านดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นเพียงลูกค้าที่เข้าไปร่วมกินดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ที่ร้านดังกล่าวเท่านั้น ส่วนตนไม่เคยมีปัญหากับกลุ่มผู้ตาย แต่เพื่อน ๆ ตนเคยมีเรื่องกับกลุ่มผู้ตายมาก่อน

นายภูตะวัน ให้การต่อว่า จนถึงคืนวันที่เกิดเหตุได้มาเจอกันตั้งแต่ตอนค่ำ มีการท้ากระทบกระทั่งกันกระทั่งมีการ์ดคุมร้านต้องเข้ามาห้ามแล้วรอบหนึ่ง แต่ว่าแทนที่จะหมดเรื่องปัญหา แต่กลุ่มผู้เสียชีวิตกลับมาตะเบ็งท้ากลุ่มพวกตนอีกรอบตอนร้านปิด ด้วยความโกรธประกอบกับความเมา ก็เลยใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ตายไปหลายนัด ไม่คิดว่าลูกปืนจะถูกใคร หลังก่อเหตุก็เลยพากันแยกย้ายหลบหนี กระทั่งรู้ว่าตำรวจออกหมายจับ ก็เลยตกลงใจเข้ามอบตัวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น