ฝากเครดิตรครั้งแรกรับไปเลยโบนัสสูงถึง 30% สูงถึง 1000บาท
ส.ค.
10

สูตร ขนมบุหลันดั้นเมฆ แสนอร่อย

ขนมบุหลันดั้นเมฆ

ขนมบุหลันดั้นเมฆ

ขนมบุหลันดั้นเมฆ มีส่วนผสมดังนี้

1.แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
2.แป้งเท้ายายม่อม 40 กรัม
3.น้ำเชื่อมพักไว้ให้เย็น 350 กรัม
4.น้ำเปล่า 200 กรัม
5.น้ำดอกอัญชันคั้นเข้มๆ 100 กรัม
6.ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 10 ฟอง
7.น้ำตาลทรายป่น 60 กรัม
8.กลิ่นวานิลลา 10 กรัม
9.กะทิ 120 กรัม
10.แป้งข้าวเจ้าสำหรับผสมกะทิหยอดหน้า 10 กรัม

วิธีทำเริ่มจาก เตรียมกะทิสำหรับหยอดหน้า โดยผสมกะทิกับแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน ยกขึ้นตั้งไฟกวนพอข้น ยกลงพักไว้ ผสมไข่แดง น้ำตาลทรายป่น กลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน เตรียมไว้ นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งเท้ายายม่อมใส่ภาชนะ เติมน้ำเปล่าแค่พอนวดได้ นวดประมาณ 5 นาที เติมน้ำเปล่าที่เหลือคนให้เข้ากัน เติมน้ำเชื่อมและน้ำดอกอัญชัน คนให้เข้ากัน กรองด้วยกระชอน
นำน้ำเปล่าใส่ลงในลังถึง ปริมาณ 3/4 ของลังถึง ตั้งไฟให้เดือด นำถ้วยตะไลนึ่งให้ร้อน ใส่ส่วนผสมแป้งให้เต็ม ปิดฝาลังถึงนึ่งประมาณ 5 นาที ยกขนมออกจากเตา เทแป้งส่วนที่ดิบอยู่ออก ตักกะทิที่กวนไว้ ใส่ในกรวยกระดาษบีบลงบนขนม ยกขึ้นนึ่งต่ออีก 1 นาที ตักส่วนผสมไข่แดงหยดลงตรงกลาง นึ่งต่อให้สุกยกลง แคะขนมออกจากถ้วย รับประทาน รับรองอร่อยแน่นอน

ส.ค.
9

เงาะลอยแก้ว อาหารหวาน ชื่นใจคลายร้อน

เงาะลอยแก้ว อาหารหวาน

เงาะลอยแก้ว อาหารหวาน ส่วนผสม
1. เงาะ 750 กรัม
2. น้ำตาลทราย 320 กรัม
3. น้ำสะอาด 300 กรัม

วิธีทำ เริ่มจาก เงาะแกะเปลือกออก คว้านเมล็ดออก โดยใช้มีดคว้านผลไม้แทงจากขั้วของเงาะให้ทะลุไปออกด้านท้ายของผลเงาะ ดันมีดหันเนื้อเงาะไปรอบๆ เมล็ดเงาะ จนเนื้อเงาะและเมล็ดหลุดจากกัน นำเนื้อเงาะที่ได้ไปล้างน้ำสะอาดแล้วใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำไว้
ต้มน้ำสำหรับทำน้ำเชื่อม พอน้ำเริ่มเดือด ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้น้ำตาลละลายดี ใส่เงาะลงไป รอให้น้ำเชื่อมเดือดอีกครั้งปิดไฟทิ้งไว้จนเย็น ตักใส่ถ้วยเติมน้ำแข็ง แค่นี้ก็อร่อยแล้วจร้าา

ส.ค.
8

เมนูกล้วยไข่บวชชี มะพร้าวอ่อน

กล้วยไข่บวชชี

กล้วยไข่บวชชี

กล้วยไข่บวชชี มีส่วนผสม ดังนี้

1.กล้วยไข่ ( ห่าม ๆ )
2.เนื้อมะพร้าวอ่อน
3.กะทิ 100%
4.น้ำเปล่า
5.น้ำตาลทรายขาว
6.เกลือป่น
7.ใบเตย

วิธีทำเริ่มจาก ผสมน้ำเปล่า กับเกลือป่น คนเข้าเกลือละลายดี นำกล้วยไข่มาปอกเปลือก และหั่นครึ่งลูกแนวขวาง จากน้ำนำลงไปแช่ในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ นำหม้อหรือกระทะทองเหลืองตั้งเตาเปิดไฟอ่อน ใส่กะทิ ใบเตย น้ำตาลทรายขาว และเกลือป่น ลงไป จากนั้นคนให้ส่วนผสมละลายดี นำกล้วยไข่ขึ้นจากน้ำเกลือที่แช่ไว้ ล้างน้ำเปล่า 1 รอบ จากนั้นใส่กล้วยลงไปในหม้อหรือกระทะทองเหลือง ใช้ไฟกลางต้มกล้วยไข่ให้มีสีเหลืองและนิ่ม รับรองอร่อยแน่นอน

กล้วยไข่บวชชี

ส.ค.
2

ขนมใส่ไส้ ขนมไทยแสนอร่อย รับรองรสชาติเยี่ยม!!

ขนมใส่ไส้

ขนมใส่ไส้ รสละมุน

ขนมใส่ไส้ รสละมุน มีส่วนผสมดังนี้ สำหรับ 30 ห่อ

น้ำตาลปี๊ป 200 กรัม
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา สำหรับไส้ , เกลือป่น 1 ช้อนชา สำหรับกะทิ
มะพร้าวทึนทึกขูด
แป้งข้าวเหนียว 350 กรัม
น้ำใบเตยปั่นละเอียด 300 มิลลิลิตร
กะทิ 800 มิลลิลิตร
แป้งข้าวเจ้า 80 กรัม
กลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา
ไม้สำหรับกลัด หรือไม้จิ้มฟัน
ใบตองเช็ดสะอาดสำหรับห่อขนม

วิธีทำ เริ่มจากนำใบตองที่สำหรับห่อมาตัดเป็น 2 ขนาด แล้วฉีกใบตองชั้นนอก 5 นิ้ว และสำหรับชั้นใน 4 นิ้ว และนำมาตัดมุมให้เป็นทรงวงรี เช็ดให้สะอาด และนำไปลนไฟเล็กน้อยเพื่อให้ห่อขนมได้ง่าย จากนั้นนำมะพร้าวทึนทึกที่ขูดเป็นเส้นยาว เกลือป่น และน้ำตาลปี๊บ ลงไปกวนในกระทะทองเหลือง ใช้ไฟอ่อนๆ กวนไปเรื่อยๆ จนครบ 20 นาที จนส่วนผสมแห้ง จากนั้นก็ปิดไฟพักไว้ให้เย็น
ผสมแป้งข้าวเหนียวกับน้ำใบเตยเข้าด้วยกัน นวดแป้งจนเริ่มเป็นก้อน เสร็จแล้วให้คลุมด้วยพาสติกแรป นำกะทิ 1/4 ของกะทิทั้งหมดผสมกับแป้งข้าวเจ้า และเกลือป่น กลิ่นมะลิ ลงไปในกระทะ คนให้เข้ากันจนแป้งไม้จับตัวกันเป็นเม็ด แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป แล้วเปิดไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น เมื่อตัวไส้เริ่มเย็นดีแล้ว ปั้นไส้ให้เป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 นิ้ว จนหมด และปั้นตัวแป้งเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่กว่าตัวไส้เป็น 1 นิ้วครึ่ง แผ่แป้งให้แบนวางไส้ลงตรงกลาง และห่อไส้ขนมให้มิด เตรียมใบตองสำหรับห่อ นำใบตอง 2 ขนาดที่ตัดไว้เป็นวงรีมาประกบกัน นำหน้านวลทั้ง 2 แผ่น ชนกัน นำขนมที่ปั้นไว้วางลงบนใบตอง และราดด้วยน้ำกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ และพับใบตองให้เป็นทรงสูง คาดทับด้วยใบมะพร้าวและคาดด้วยไม้กลัด นึ่งในน้ำเดือดจัดประมาณ 30 นาที พักไว้ให้เย็นก่อนจัดเสิร์ฟ หรือ รับประทาน รับรองอร่อยสุดๆ

ก.ค.
31

ขนมโคกะทิ มันม่วง ขนมไทยโบราณหาทานยากมาก

ขนมโคกะทิ มันม่วง

ขนมโคกะทิ มันม่วง

ขนมโคกะทิ มันม่วง ส่วนผสม

มะพร้าวทึนทึก 2 ถ้วย
น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วย
น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
มันม่วงญี่ปุ่น 400 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 400 กรัม
น้ำเปล่า (สำหรับผสมมันม่วง) 1 1/2 ถ้วย
กะทิ 2 ถ้วย
ใบเตย 1 มัด
งาขาว

เริ่มจาก เทมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยลงกระทะ ผัดกับน้ำตาลมะพร้าว เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ผัดจนน้ำตาลละลาย ตักแล้วพักทิ้งไว้
นึ่งมันม่วงญี่ปุ่น บดจนละเอียด เทแป้งข้าวเหนียวลงไปนวดแล้วเติมน้ำเปล่าลงไปเพื่อไม่ให้แป้งแห้ง นวดจนแป้งเนียน
หยิบแป้งขึ้นมาหนึ่งมือ ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วใช้นิ้วกดให้แบ วางไส้มะพร้าวทึนทึกไว้ตรงกลาง แล้วหุ้มแป้งให้มิด แล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ อีกครั้ง ตั้งน้ำให้ร้อน ใส่ใบเตยมัดลงไป จากนั้นนำขนมลงไปต้มจนขนมลอยขึ้นมาเหนือน้ำก็เป็นอันว่าสุก
ตั้งหม้อ เปิดไฟอ่อนแล้วเทน้ำกะทิใส่ลงไป ตามด้วยใบเตยมัดใส่ลงไปให้หอม เสร็จก็นำขนมที่ต้มไว้ใส่ลงไป โรยด้วยงาขาว ต้มให้แค่น้ำกะทิพอร้อน แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ ตักใส่ถ้วยพร้อมรับประทานได้เลยคะ

ก.ค.
30

เผือกแกงบวดกะทิสด เมนูขนมหวาน

เผือกแกงบวดกะทิสด

เผือกแกงบวดกะทิสด

เผือกแกงบวดกะทิสด มีส่วนส่วนผสมดังนี้

เผือกหัวเล็ก (หั่นเป็นชิ้น) 1 หัว
มันเทศ (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
หางกะทิ 1+1/4 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
เกลือป่น
ใบเตย 4 ใบ (มัดรวมกันให้เรียบร้อย)

วิธีทำเริ่มจาก ต้มหางกะทิกับหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงในหม้อ ใช้ไฟกลาง เติมน้ำตาลปี๊บกับเกลือป่นลงไป คนผสมให้น้ำตาลละลาย ชิมรส ใส่เผือกกับมันเทศลงไป ตามด้วยใบเตย ต้มจนเผือกกับมันสุกตามชอบ ใส่หัวกะทิอีก 1/2 ถ้วยลงไป รอจนกะทิเดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน

เผือกแกงบวดกะทิสด

ก.ค.
29

ขนมบัวลอย น้ำกะทิ สูตรขนมหวานแสนอร่อย

ขนมบัวลอย น้ำกะทิ

ขนมบัวลอย น้ำกะทิ

ขนมบัวลอย น้ำกะทิ มีส่วนผสมดังนี้ ส่วนผสมสำหรับแป้งบัวลอย

แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้)
สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสมของน้ำกะทิ

กะทิ 3 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (ลองใส่ 1 ช้อนชาแล้วชิมก่อน ถ้ายังไม่ถูกปากค่อยเพิ่มปริมาณ)
ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

วิธีทำมีดังนี้ ทำแป้งบัวลอย ใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม แล้วค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิผสมให้เข้ากัน นวดจนได้แป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้ จัดการแบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีเนียนเข้ากันดี เริ่มทำกุหลาบ ปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5–2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ สำหรับหนีบช่อม่วง จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน และเมื่อทำบัวลอยกุหลาบเสร็จแล้วให้วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี แล้วพักไว้
ต้มบัวลอย ตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยการใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด เอาแค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน แล้วยกลงได้เลย
จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ แล้วจัดเสิร์ฟ พร้อมรับประทาน

ก.ค.
27

วุ้นกะทิ ขนมหวาน สูตรละมุนลิ้น

วุ้นกะทิ สูตรละมุนลิ้น

วุ้นกะทิ มีส่วนผสมดังนี้ ผงวุ้น 1 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า 350 มิลลิลิตร หัวกะทิ 2+1/2 ถ้วย ใบเตย หั่นเป็นท่อน 2-3 ใบ น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสมวุ้นสี ผงวุ้น 1 ช้อนชา  น้ำเปล่า น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย  สีผสมอาหาร 1 ช้อนชา

วิธีทำ เริ่มจาก ทำวุ้นกะทิโดยใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อนแล้ว ใส่ผงวุ้นลงไปคนให้ละลาย พอน้ำเดือดแล้วให้ปิดไฟ คนต่อเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลายหมด
ใส่ใบเตยลงไป คอยกวนเรื่อย ๆ ให้พอมีกลิ่นใบเตย ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คนซ้ำ ๆ จนน้ำตาลทรายละลายและส่วนผสมเดือด เทหัวกะทิใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันพอเดือดเล็กน้อย ปิดไฟ แล้วยกลงจากเตา หยอดส่วน

ผสมวุ้นลงในพิมพ์ซิลิโคนประมาณ 1/2 พิมพ์ พักทิ้งไว้จนเซตตัว ทำวุ้นสีโดยใส่น้ำเปล่าและผงวุ้นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟคนให้ละลาย ใส่ใบเตยลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คน ๆผสมจนน้ำตาลทรายละลายและมีกลิ่นใบเตย จากนั้นช้อนตักใบเตยทิ้ง ใส่สีผสมอาหารลงไป คนผสมให้เข้ากัน พอเดือดแล้วปิดไฟยกลงจากเตา นำไปหยอดลงด้านบนวุ้นกะทิที่เซตตัวแล้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พักทิ้งไว้จนคลายความร้อน นำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ พร้อมรับประทาน

 

วุ้นกะทิ

ก.ค.
26

ขนมชั้นใบเตย สูตรดั้งเดิม

สูตรดั้งเดิม

สูตรดั้งเดิม ขนมชั้นใบเตย แสนอร่อย

สูตรดั้งเดิม ขนมชั้นมีส่วนผสมดังนี้ น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย กะทิ 4 ถ้วย แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย แป้งท้าวยายม่อม 1+1/2 ถ้วยหรือแป้งถั่วเขียว น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีทำมีดังนี้

ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย โดยไม่ต้องรอให้เดือด ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน แล้วค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน นวดๆประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นก็นำไปกรองด้วยตะแกรง
แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนๆผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝาออก เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำแบบเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น ซึ่งชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท ประมาณ 3 ชั่วโมง
นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ แล้วจัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

 สูตรดั้งเดิม

ก.ค.
22

ขนมไทยเลิศรส บัวลอยไส้มันม่วงในน้ำขิง

บัวลอยไส้มันม่วงในน้ำขิง

บัวลอยไส้มันม่วงในน้ำขิง

บัวลอยไส้มันม่วงในน้ำขิง ส่วนผสมแป้งบัวลอย มันม่วงญี่ปุ่น แป้งข้าวเหนียว สีผสมอาหาร

ส่วนผสมน้ำขิง     ขิง น้ำตาลทรายแดง เกลือ น้ำ

วิธีทำ เริ่มจากปอกเปลือกมันม่วง ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้น วางเรียงบนซึ้งแล้วนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที พอมันม่วงสุกก็บดให้ละเอียดแล้วปั้นเป็นก้อนกลม เทแป้งข้าวเหนียวใส่ในภาชนะ ทำหลุมตรงกลางแล้วค่อยใส่น้ำ นวดจนแป้งจับตัวเป็นก้อนไม่ติดมือ แบ่งใส่สี 2 สี นวดต่อจนสีเนียนสวย ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม รีดแป้งให้บางแล้วใส่ไส้มันม่วงคลึงให้กลม
ตั้งน้ำให้เดือด ต้มแป้งให้สุก เมื่อแป้งสุกดีแล้วแป้งจะลอยขึ้น ตักขึ้นแล้วน็อกน้ำเย็น
ทำน้ำขิงโดยต้มน้ำให้เดือดใส่ขิง น้ำตาลทรายแดง และ เกลือ ชิมรสได้ตามใจชอบ แล้วตักแป้งบัวลอยใส่ในหม้อ รอน้ำขิงเดือดก็เสร็จ ตักกินร้อน ๆ ได้ หรือจะ ทำน้ำกะทิโดยต้มกะทิให้เดือด ใส่เกลือและน้ำตาลทราย ใส่แป้งบัวลอย รอให้กะทิเดือดก็เป็นอันเสร็จ พร้อมรับประทาน

 

บัวลอยไส้มันม่วงในน้ำขิง